a pen interview 82
> a team junior # 4
ปากกาคมความคิดของ ประชาคม ลุนาชัย

แนะนำตัวกันหน่อย คุณเป็นปากกาแบบไหน มีดีอะไร และพบประชาคมได้ยังไง
ผม--ปาร์คเกอร์สีเงินปากเล็กๆ น้ำหนักเบา พกพาสะดวก เปลี่ยนไส้ได้ทั้งหมึกซึมและแห้ง คุณสมบัติข้อนี้ทำให้ผมใช้งานได้หลากหลาย ทั้งใช้เขียนเรื่อง ทำโครงเรื่องย่อ และเซ็นชื่อลงบนหน้าใดหน้าหนึ่งของหนังสือที่เพื่อนผมจะส่งมอบให้กับนักอ่าน
ผมเดินทางไกลมาก ถูกส่งจากกรุงเทพฯ ไปอยู่ในร้านค้าเล็กๆ เกือบสุดชายแดนภาคใต้ ผมไม่รู้ว่านอนอยู่บนชั้นขายปากกามานานเท่าใด กว่าเด็กสาวคนหนึ่งจะให้ความสนใจ เธอซื้อผมแล้วนำไปห่อเป็นของขวัญ ส่งผมเดินทางไกลจากอำเภอเล็กๆ ถึงกรุงเทพฯ ก่อนเทศกาลปีใหม่เพียงไม่กี่วัน
ผมมาพบประชาคมในฐานะของขวัญจากครอบครัวนักอ่านที่ติดตามผลงานของเขามาอย่างเหนียวแน่น ทันทีที่เขาแกะห่อของขวัญ ผมก็พบว่าบนโต๊ะทำงานของเขามีปากกามากมาย ตอนแรกก็อดห่วงไม่ได้ว่า เด็กสาวคนนั้นคงส่งผมมาเป็นส่วนเกินที่ไม่มีความหมายอะไรสำหรับเขา แต่ในที่สุดเขาก็เลือกผม อาจเป็นเพราะความเล็ก น้ำหนักเบา และใช้งานได้ครบถ้วนอย่างที่เขาต้องการ
เพื่อนคุณใช้นามปากกา ประชาคม มันมีความหมายมากกว่าการเป็นชื่อจริงของเขาหรือไม่
โลกเข้าใจเขาผิดบ่อย ทั้งผู้คนจำนวนไม่น้อยก็ชอบเข้าใจและประเมินเขาผิด นี่ก็เป็นอีกครั้งที่สมมุติฐานผิดพลาด ประชาคม ไม่ใช่ชื่อจริงของเขา เป็นนามปากกาที่เขาตั้งให้กับตัวเอง จากที่เคยประทับใจหนังสือของนักปรัชญาชาวฝรั่งเศสคนหนึ่ง มาประกอบกับชื่อสกุลจริง ซึ่งเป็นสาเหตุให้เขาต้องทะเลาะกับพ่อจนหนีเข้ากรุงเทพฯ และไม่มีโอกาสได้พบหน้าพ่ออีกเลย นี่คือเรื่องเศร้าที่เขาไม่มีวันลืม เขาเคยเล่าไว้ในหนังสือชื่อ เขียนฝันด้วยชีวิต
เท่าที่สังเกต งานเขียนของประชาคมมักจะเกี่ยวกับทะเล มันมีที่มาที่ไปอย่างไร
เขาเขียนถึงเรื่องที่หลากหลายกว่านั้น เรื่องทะเลเป็นส่วนหนึ่งในงานเขียนของเขา ไม่ใช่ทั้งหมด หากถามถึงที่มาที่ไปก็คงเหมือนกับที่ใครหลายคนรู้อยู่แล้วว่า เขาเคยเป็นลูกเรือหาปลาเป็นระยะเวลายาวนานถึงสิบปี ผ่านมาทั้งน่านน้ำ พม่า เขมร เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย เกือบเอาชีวิตไม่รอดหลายครั้ง เคยเห็นเรือถูกยิงไฟลุกท่วม เคยยืนมองดูเรือลำใหญ่จมไปต่อหน้าต่อตา ฝังใจกับภาพเพื่อนลูกเรือถูกกระสุนปืนใหญ่จนตัวขาดสองท่อน ข้อมูลเกี่ยวกับชีวิตทะเลของเขามีมาก จงอย่าแปลกใจถ้าเขาจะมีนวนิยายเกี่ยวกับทะเลอีกหลายๆ เรื่อง
ในงานเขียนของเพื่อนคุณ มักพูดถึงเรื่องความฝัน อยากรู้ว่าความฝันในความหมายของเขาคืออะไร
ความฝันในความหมายของเขาคือการโบยบิน คืออิสรภาพ คือการสลัดหลุดไปจากข้อจำกัดหรือพันธะบางประการ
เขาประทับใจวลีหนึ่งบนปกหนังสือซึ่งเป็นที่มาของนามปากกา มนุษย์เกิดมาเสรี แต่ทุกหนทุกแห่งเขาอยู่ในเครื่องพันธนาการ ตอนเป็นลูกเรือประมง เขาไม่พึงพอใจกับชีวิต ฝันถึงโลกที่ต่างออกไป เมื่อกลับเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ เขาก็ไม่อยากอยู่ในสถานภาพแบบนั้น และฝันถึงความเป็นอื่นอยู่เสมอมา เหมือนกับว่าชีวิตไม่เคยเดินไปถึงครึ่งทางความฝัน
ตลอดช่วงชีวิตยาวนาน เขาดิ้นรน ไขว่คว้า และแสวงหาเส้นทางใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา พอมาเขียนหนังสือเป็นอาชีพ ซึ่งเคยเป็นโลกที่เขาฝันถึง เป็นการโบยบิน เป็นอิสรภาพ แต่แล้วเขาก็พบว่า นี่คือพันธะอย่างหนึ่ง เป็นโซ่อีกเส้นที่ล่ามเขาไว้ แต่เป็นข้อผูกมัดที่เขายังโบยบินได้
ความฝันบางครั้งก็ลอยอยู่ไกลจากชีวิตจริง แต่เมื่อการต่อสู้มาถึงจุดหนึ่ง มันก็สามารถเดินเคียงคู่ไปกับชีวิตจริงได้
งานแบบไหนที่ไม่เข้าทางประชมคมเอาเสียเลย จนเรียกได้เหมือนเขียนหนังสือด้วยมือข้างที่ไม่ถนัด
เรื่องผี เรื่องสยองขวัญ เรื่องแนวสืบสวนสอบสวน แนวอิโรติก เขาไม่เชื่อเรื่องผี ไม่ชอบอ่านหนังสือหรือดูหนังแนวสยองขวัญ ส่วนแนวสืบสวนสอบสวนเคยมีคนมาขอให้เขาเขียน ด้วยความร้อนวิชาเขาพยายามฝืนข้อจำกัดของตัวเอง พอทำจนเสร็จผลปรากฏว่า ไม่เพียงเหมือนใช้มือข้างที่ไม่ถนัด แต่คล้ายกับว่า เขาใช้มือข้างที่พิการเขียนมากกว่า
ผลงานล่าสุด ก้อนดิน ก้อนหิน มวลเมฆ และดวงดาว ถือเป็นรวมกวีนิพนธ์เล่มแรกที่ถูกตีพิมพ์ของประชาคม เขาคาดหวังกับผลงานชิ้นนี้มากน้อยแค่ไหน
เขาเขียนบทกวีก่อนเรื่องสั้นและนวนิยาย แม้ปรากฏตีพิมพ์น้อยแต่เขาไม่เคยหยุดเขียน บทกวีเป็นงานที่เขาเขียนอย่างปลอดโปร่งโล่งใจมากที่สุด ไม่คาดหวังกับคนอ่าน ทั้งไม่เคยคิดจะพิมพ์รวมเล่ม เป็นงานที่มากับอารมณ์ความรู้สึก และเขาสามารถเขียนได้ทุกหนทุกแห่ง ไม่ว่าในระหว่างการเดินทาง หรือในที่พลุกพล่านเต็มไปด้วยผู้คน เขาใช้ปากกามากที่สุดก็ในการเขียนบทกวีนี่แหละ
การรวมเล่มบทกวีทำให้เขาสูญเสียความตั้งใจ จากที่เคยไม่คาดหวังกับคนอ่าน ตอนนี้ไม่คาดหวังไม่ได้แล้ว
ประชาคมเป็นนักเขียนที่ได้รับการกล่าวขานว่าขยันมากคนหนึ่ง ดูจากผลงานที่ออกมาอย่างไม่ขาดสาย เพื่อนคุณเขาจัดเวลาอย่างไร
เขาออกผลงานเฉลี่ยแล้วปีละเล่ม เทียบกับนักเขียนอีกหลายท่านที่มีผลงานปีละสามสี่เล่ม ถือว่าน้อย และไม่ขยันเอาเสียเลย เขาบอกว่า ขณะนั่งลงเขียนหนังสือ เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุด เขาไม่เคยบังคับตัวเองให้เขียน ปล่อยทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ
เขาพึ่งพาตัวเองมาตั้งแต่เด็ก เคยชินกับที่ต้องปกครองดูแลตัวเอง หาข้าวปลากินเอง และเมื่อต้องทำงาน เขาก็ทำเหมือนชาวนาชาวสวนที่ต้องดูแลพืชผลที่ตัวเองปลูก เขาไม่ใช่คนขยันมากมาย แต่ในช่วงทำงานเขาจะทำต่อเนื่อง ทำเรื่องรวมสั้นเสร็จไปชุดหนึ่ง เขาจะพักผ่อน นั่นอาจเป็นภายหลังที่เขากรำงานหนักต่อเนื่องมาแล้วสามสี่เดือน พักผ่อนรอขึ้นงานใหม่ ทำนวนิยายเสร็จไปเรื่องหนึ่ง อยู่กับโต๊ะทำงานมาห้าหกเดือน เขาก็จะพักผ่อนนานหน่อย
นี่เป็นการจัดเวลาที่ไม่มีระเบียบแบบแผนอะไร ทุกอย่างในชีวิตของเขายืดหยุ่นได้หมด
การแข่งขันมีอิทธิพลกับอาชีพนักเขียนของประชาคมแค่ไหน เขาคิดว่ามันจำเป็นมากน้อยเท่าใด
เขาเจียมตนและรู้จักตัวเองเสมอ กว่าจะก้าวมาเป็นคนเขียนหนังสือ เขาต้องพากเพียรสร้างโอกาสให้กับตัวเอง ลองผิดลองถูก ล้มลุกคลุกคลาน เขาไม่เคยคิดว่าจะต้องแข่งขันกับใคร หรือเอาชนะสิ่งไหน ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ทำงานที่ตนรักให้สุดความสามารถ ประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวอย่างไรก็เป็นผลมาจากคุณภาพงาน
เขาตระหนักดี ทั้งจากบทเรียนชีวิต โอกาสการศึกษาและการงานในแต่ละช่วงวัย เขามีขีดความสามารถและสติปัญญาน้อยกว่าคนอื่น และก็ไม่เคยมีโชคเท่าคนอื่น
เขาเดินไปข้างหน้าตามจังหวะก้าวของตน ไม่สนใจว่าคนอื่นๆ จะเดินช้าหรือเร็วอย่างไร
กว่าจะมาเป็นนักเขียนฝีมือฉกาจขนาดนี้ ประชาคมต้องผ่านความยากลำบากในชีวิตมามากมาย ในฐานะที่เป็นเพื่อนกัน คุณอยากพูดอะไรกับเขาบ้าง
เคยคิดจะพูดกับเขา สอนเขา ตักเตือนเขา แต่คนอย่างเขาดื้อเกินกว่าจะฟังใคร และที่สำคัญ เขาสามารถแบกรับความยากลำบากต่างๆ ในชีวิตได้หมด ไม่มีอะไรจะต้องเป็นห่วง
เขายอมรับการทำงานหนัก และยอมรับว่า เขาไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นเจ้าของอะไรเลย
คุณคิดว่าคุณเหมาะกับประชาคมไหม
คงเหมาะแค่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง เหมือนมนุษย์เกิดมาบนโลก โลกมันเหมาะกับมนุษย์ทุกคน แต่มนุษย์ในฐานะชีวิตก็ต้องเสื่อมสลายไปในที่สุด ปากกาด้ามหนึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับทวน หอก ดาบที่เป็นอาวุธของนักรบ ไม่ได้ทนทานไปตลอดอายุขัยของผู้เป็นเจ้าของ
ผมอยู่กับเขาในห้วงเวลาปัจจุบัน เราทำงานร่วมกัน มันเป็นช่วงเวลาที่ดี เขาไม่ค่อยชอบพูดถึงอนาคตหรือวันข้างหน้า เพราะยิ่งทอดสายตามองไกลออกไปเท่าใด เขามักจะเห็นโลกที่โหดร้าย และเห็นภาพผู้คนทำลายล้างกัน
ผมเหมาะกับเขา เขาเหมาะกับผม ในนาทีของปัจจุบัน
หากวันหนึ่งมีปากกาแท่งใหม่อยู่ในมือประชาคมแทนคุณ จะบอกปากกาแท่งนั้นว่าอย่างไร
ทำงานร่วมกับเขา เป็นตัวแทนเสียงจากหัวใจเขา เพื่อบอกเล่าเรื่องราวดีๆ ออกไปสู่ผู้อ่าน หยดหมึกจากปากกาก็เหมือนหยาดเลือดจากใจของคนเขียนงาน
พูดคุยกับเขา เพราะนอกจากตัวเองแล้ว สิ่งที่เขาจะพูดคุยได้สนิทใจที่สุดก็คือปากกาในมือ
เป็นเพื่อนยิ่งใหญ่เคียงข้างเขา ปากกาในมือนักเขียนสามารถวาดโลกได้ลึกที่สุด และสะท้อนหัวใจมนุษย์ได้รอบด้านที่สุด
ปากกาเป็นเพื่อนแท้ของนักเขียน เพราะหมื่นคนแสนคนที่คบหา ไม่รู้จิตรู้ใจเท่ากับปากกาด้ามเดียวในมือ
ผลงานรวมเรื่องสั้น
(๒๕๓๙) ลูกแก้วสำรอง / (๒๕๔๐) ตัวละครตกสมัย / (๒๕๔๒) นาฏกรรมแห่งชีวิต / (๒๕๔๓) เมืองใต้อุโมงค์ / (๒๕๔๕) เกสรปรารถนา / (๒๕๔๘) นิทานกลางแสงจันทร์ /(๒๕๔๙) คนเล็กหัวใจมหึมา...มหาสมุทร
ผลงานนวนิยาย
(๒๕๔๑) ฝั่งแสงจันทร์ / (๒๕๔๓) คนข้ามฝัน / (๒๕๔๕) ดอกไม้กลางเมือง / (๒๕๔๖) โลกห้าเหลี่ยม / (๒๕๔๖) กลางทะเลลึก / (๒๕๔๘) เขียนฝันด้วยชีวิต /(๒๕๕๐) ยาย
ผลงานรวมบทกวี
(๒๕๕๐) ก้อนดิน ก้อนหิน มวลเมฆ และดวงดาว