about us   l   contact us   l   subscribe   l   back issue   l   e-card   
0
       add
       Live in a day
       a day album
       a day digital film
       a day records
       a team junior
       day poets societs
       a day without poem
       a day support
       ฝึกงาน



a pen interview 84
> a team junior # 5
ปากกาเจียมตัว ของ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล

แนะแนะนำตัวหน่อยว่าคุณมารู้จักมักคุ้นกับวรรณสิงห์ ประเสริฐกุลได้อย่างไร
ก่อนหน้านี้ท่านสิงห์ไม่เคยมีปากกาที่จำเป็นต้องให้การดูแลเป็นพิเศษเลยนะขอรับ เนื่องด้วยพื้นฐานเป็นหลาน
     
ร้านเครื่องเขียนดังประจำจังหวัดตรัง ตั้งแต่วัยเด็ก ท่านสิงห์จึงได้รับผลิตภัณฑ์เครื่องเขียนนานาชนิด โดยมิต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ มาตลอด ส่งผลให้ท่านสิงห์เป็นคนหนุ่มที่ไม่ค่อยเห็นค่าของปากกาเสียเท่าไหร่ ทำปากกา ดินสอหายเป็นนิจ ส่วนตัวกระผมเองนั้น ไม่ได้มีความพิเศษถึงขั้นต้องมาชื่นชมกันหรอกขอรับ เหตุผลเดียวที่ท่าน สิงห์เลือกให้ผมมาเป็นตัวแทนพูดกับทุกท่านในหน้ากระดาษนี้ก็เพียงเพราะว่าตัวกระผมเป็นปากกาที่ท่านสิงห์ได้ รับมาจากสตรีท่านหนึ่งซึ่งเป็นผู้ติดตามผลงานในเชิงเขียนของท่านสิงห์ขอรับ ซึ่งท่านสิงห์ก็รู้สึกปลาบปลื้มปิติกับ การส่งมอบตัวกระผมเป็นอันมาก เพราะฉะนั้น กระผมอยากจะให้เข้าใจว่า ตัวกระผมเองไม่ได้มี อะไรพิเศษเลย หรอกขอรับ แต่บริบทของการเปลี่ยนแปลงความเป็นเจ้าของของกระผมต่างหากล่ะที่น่าจดจำ ตัวกระผมเองนั้น จะมีจุดสังเกตที่แตกต่างจากปากกาแท่งอื่นก็แค่นิดเดียว กล่าวคือบนร่างของตัวกระผมนั้นมีชื่อของท่านสิงห์ใน ภาษาอังกฤษเขียนว่า ‘Wannasingh P.’ สลักเอาไว้ครับ

เพื่อนคุณเข้าสู่วงการน้ำหมึกด้วยการเป็นคอลัมนิสต์ให้นิตยสารหลายแห่ง มีพ็อกเกตบุ๊กเล่มแรกชื่อ ‘ชีวิตภาค ทฤษฎี’ จนกระทั่งผลงานล่าสุดของเขา ‘ใบไม้แดง’ มันมีความแตกต่างจากผลงานที่แล้วมา ของเขาอย่างไรบ้าง
     
อย่าเรียกว่าเพื่อนเลยนะขอรับ กระผมไม่คู่ควรที่จะได้รับเกียรตินั้นขอรับ แต่ถ้าหากจะให้กล่าว ท่านสิงห์เป็นคน หนุ่มที่... กระผมอยากจะขออภัยถ้าหากว่าสิ่งที่จะกล่าวต่อไปจะฟังดูเหมือนการวิจารณ์ชายผู้เป็นเจ้าของนะครับ แต่ตัวกระผมอยากให้เข้าใจว่านั่นไม่ใช่เจตนาของตัวกระผมเลยนะขอรับ สิ่งที่อยากจะกล่าวก็คือ ท่านสิงห์เป็น คนหนุ่มที่ค่อนข้างรักสันโดษในเชิงภายใน กล่าวคือท่านสิงห์ไม่ใช่คนเกลียดสังคม ไม่คบสหาย แต่ถ้าหากว่าเป็น เรื่องของจิตวิญญาณภายในแล้วล่ะก็ มีน้อยคนมากๆ ที่ท่านสิงห์ยินดีที่จะเจรจาด้วย แต่ถึงแม้ว่าท่านสิงห์จะเป็น คนเช่นนั้น ท่านสิงห์ก็ไม่ใช่มนุษย์ที่แตกต่างถึงระดับว่าไม่เคยมีความต้องการที่จะให้ผู้อื่นมาเข้าใจความคิดและ จิตใจของท่านสิงห์ ซึ่งนั่นก็เป็นเหตุว่าทำไมท่านสิงห์ถึงยังพกเครื่องเขียนด้อยสกุลอย่างกระผม ไว้ติดตัวอยู่เสมอ นะขอรับ นั่นก็เพราะงานเขียนเป็นทางเดียวที่ท่านสิงห์จะสามารถบอกกับจักรวาลที่เหลือได้ว่า เขาคิดอะไรอยู่ โดยที่ไม่ต้องเสียเวลามานั่งเลือกในโลกแห่งความเป็นจริงว่าใครบ้างจะฟังเขา สำหรับท่านสิงห์แล้ว งานเขียนก็ เปรียบได้เสมือนกับจดหมายที่ท่านสิงห์สามารถเขียนถึงมิตรสหายที่อยู่ภายนอกคุกแห่งความเป็นจริงที่จองจำคน เราทุกคนทุกเมื่อเชื้อวันนะขอรับ เพราะฉะนั้น งานเขียนของท่านสิงห์ก็จะเติบโตไปพร้อมๆ กับตัวตนภายในของ ท่านสิงห์นะขอรับ จากเล่มที่แล้วมาถึงเล่มใหม่ที่ท่านสิงห์ให้ชื่อชื่อว่า ‘ใบไม้แดง’ หากตัวกระผมจะขอกล่าวข้อ สังเกตด้อยปัญญาของตนสักเล็กน้อยนะขอรับ กระผมรู้สึกว่าสิ่งที่ท่านสิงห์สื่อผ่านหยดหมึกที่อยู่ในตัวผมใน ‘ ใบไม้แดง’ นั้น ค่อนข้างสะท้อนสิ่งที่อยู่ภายในจิตใจของท่านสิงห์มากกว่าในชีวิตภาคทฤษฎี ซึ่งจะเป็นการวิจารณ์ และพยายามหาข้อสรุปเกี่ยวกับโลกภายนอกเสียมากกว่านะขอรับ

วรรณสิงห์มักจะตั้งคำถามกับสังคมในประเด็นที่หนักหน่วงเกินเด็ก จนเอามาเขียนหนังสือได้เป็นเล่มๆ คุณรู้ไหม ว่าทำไมเขาถึงช่างคิดช่างสงสัยเรื่องแบบนี้นัก?
     นั่นเป็นสิ่งที่หลายๆ คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับท่านสิงห์ขอรับ ท่านสิงห์ไม่ได้ขี้สงสัย ท่านสิงห์เป็นคนขี้เหงาต่างหาก เหงาในที่นี้ไม่ใช่ความเหงาที่หมายถึงความเปล่าเปลี่ยวในเชิงกายภาพนะขอรับ หากแต่เป็นความเหงาในเชิงจิต วิญญาณ ทุกท่านลองนึกดูนะครับ มีคนรอบตัวท่านกี่คนที่มีอุดมการณ์ที่แรงกล้าจนกลายเป็นวิถีชีวิต หากตัว กระผมเข้าใจผิดก็ต้องขออภัยด้วย แต่ตัวกระผมเชื่อว่าบุคคลดังกล่าวคงจะมีอยู่ไม่มากหรอกนะขอรับ ซึ่งแน่นอน บุคคลที่ไม่ได้เชิดชูสิ่งเดียวกันก็ย่อมยากที่จะเข้าใจกัน ซึ่งในที่สุดก็นำมาสู่ความเดียวดาย ในการที่ท่านสิงห์ตั้ง ประเด็นต่างๆ ในงานเขียนนั้น ไม่ใช่ว่าท่านสิงห์ไม่มีคำตอบอยู่ในใจ ในทางตรงกันข้าม ท่านสิงห์มักเขียนถึง เรื่องที่ท่านมั่นใจเสมอ แต่ที่ออกมาในรูปแบบคำถามก็เพราะว่าท่านสิงห์เชื่อว่านั่นเป็นวิธีที่ได้ผลที่สุดที่จะชักจูง ให้ผู้บริโภคอักษรของท่านคล้อยตาม และเชื่อในสิ่งเดียวกับที่ท่านสิงห์คิด ทั้งหมดนี้ก็เพื่อบำบัดความเหงาของจิต วิญญาณของท่านเองนะขอรับ

เขาเคยเขียนไว้ในหนังสือว่า “ผมอยากช่วยประเทศชาติ แต่ไม่ได้บนพื้นฐานว่าสังคมต้องการผมหรือไม่ แต่บน พื้นฐานว่าผมต้องการที่จะช่วย” คุณพอจะรู้ไหมว่า ทำไมเพื่อนคุณถึงสนใจประเด็นทางสังคมแบบนี้?
     ผมต้องขออภัยนะขอรับ เพราะว่านี่เป็นหนึ่งในคำถามที่มักจะทำให้ท่านสิงห์ไม่พอใจมากที่สุดนะขอรับ และตัวผม เองไม่อาจจะล่วงละเมิดผู้เป็นเจ้าของ เอาคำตอบมาเปิดเผยให้ทุกท่านทราบได้ ในทุกๆ ครั้งที่มีคนถาม ท่าน สิงห์ในเชิงว่า "ทำไมคนเราถึงต้องใส่ใจสังคมด้วย" คำตอบเดียวที่ท่านมักจะตอบก็คือ "แล้วทำไมต้องไม่สนล่ะ" หากจะให้เปรียบเปรย คำถามเหล่านี้ก็คงจะใกล้เคียงกับการไปถามคุณท่านเสกสรรค์ บิดาของท่านสิงห์ ว่าทำไม คุณท่านต้องไว้หนวดด้วยนั่นแหละนะขอรับ

เขาบอกว่าหลังจากผ่านจุดเปลี่ยนมามากมายทำให้หาความสุขในชีวิตยากมากขึ้น ทำไมเขาถึงหาความสุขได้ ยากนัก คุณเคยสังเกตไหมว่าอะไรที่ทำให้เขามีความสุข?      ตัวกระผมไม่คิดว่ามนุษย์ที่กำลังตามหาความสุขกันอยู่นั้นมีแค่ท่านสิงห์หรอกนะขอรับ ตัวกระผมเชื่อว่าความสุข เป็นสิ่งที่หายากสำหรับทุกบุคคล และใครก็ตามที่บอกว่าตนมีสุขนั้น ก็มักจะตั้งคำถามอยู่เสมอว่าความสุขนั้นเป็น ของแท้หรือไม่นะขอรับ สำหรับท่านสิงห์เอง ผมจะเห็นท่านยิ้มบ้างก็มีแค่ตอนรื่นเริงไปกับการประพันธ์ดนตรี และ ก็ในขณะที่อยู่กับครอบครัวและสตรีผู้เป็นที่รักนั่นแหละขอรับ

คุณคิดว่าผลงานเขียนของเพื่อนคุณเป็นหนึ่งในงานพัฒนาสังคมของเขาหรือเปล่า      ประเด็นนี้กระผมเองเคยเจรจากับท่านสิงห์มาก่อนหน้าแล้ว ซึ่งตัวท่านสิงห์ก็ยังสับสนในประเด็นนี้อยู่ เพราะ เหตุผลในการเริ่มเขียนของท่านสิงห์ก็ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่า เพื่อบำรุงสุขภาพทางวิญญาณของตนเองล้วนๆ แต่ ในขณะเดียวกัน ในช่วงหลายปีที่ท่านสิงห์เขียนหนังสือมา ท่านสิงห์ก็ได้พบว่างานเขียนของท่านได้นำไปสู่การชัก จูงผู้คนให้ใส่ใจสังคมในหลายโอกาส ซึ่งบุคคลเหล่านั้นก็ได้ไปพัฒนาสังคมต่อในหลายๆ ทาง แต่ทั้งหมดนี้เกิดขึ้น นอกเหนือความตั้งใจในการเขียนของท่านสิงห์ เพราะฉะนั้น ตัวท่านจึงรู้สึกว่าไม่ควรออกมารับว่างาน เขียนของท่านเป็นสิ่งที่จะนำสังคมไปสู่ระดับที่สูงขึ้น

ครอบครัวของเขาเป็นนักเขียนกันทั้งบ้าน คุณมีโอกาสไปคุยกับปากกาของนักเขียนคนอื่นๆ ในบ้านหรือเปล่า? พวกเขาเป็นอย่างไรกันบ้าง
     ตัวกระผมอาจจะเรียกได้ว่าสนิทสนมกับปากกาของคุณท่านเสกสรรค์เป็นพิเศษ เนื่องด้วยนิสัยใจคอค่อนข้างมิ ห่างไกลกัน หากแต่ประสบการณ์นั้นตัวผมยังต้องถือว่าเยาว์กว่ามากนัก ส่วนท่านแทนไทพี่ชายของท่านสิงห์นั้น ไม่มีปากกา เหตุเพราะท่านเป็นคนยุคใหม่ ใช้คอมพิวเตอร์ติดเป็นอาจินต์ จึงไม่นิยมการเขียนในรูปแบบเดิมๆ ที่มีเหล่าปากกาอย่างตัวกระผมเป็นตัวกลางนะขอรับ จะสังเกตได้จากงานของท่านแทนไทมีกลิ่นความสดใหม่อยู่ มากนัก ถูกใจเยาวชนไทยเป็นนักแล ส่วนปากกาของท่านคุณหญิงจิระนันท์นั้น ผมเพิ่งจะได้ทำความรู้จักด้วยก็ เมื่อไม่นานมานี้ เนื่องจากในอดีตผมเห็นเธอเป็นปากกาที่ดูสง่างามและละเอียดอ่อน จึงคิดว่าตนไม่คู่ควรว่าจะ เจรจาด้วย แต่เมื่อลองเริ่มทักทายดู กลับได้รู้ว่าเธอเป็นปากกาที่คุยด้วยได้ค่อนข้างง่าย เธอแลดูสวยงามแต่ก็ เป็นปากกาที่ถ่อมตน เธอมักอธิบายโลกอย่างที่มันเป็นอยู่ในระดับสายตาของพวกเราทุกคน มิได้อ้างอิงทฤษฏีใดๆ มาเอ่ยกล่าวนะขอรับ

รู้มาว่าเพื่อนคุณชอบเล่นดนตรีมาก ถึงกับมีสตูดิโออยู่ที่บ้านตัวเอง เขาเคยใช้คุณเขียนเพลงอะไรบ้างไหม
      ท่านสิงห์เคยนำกวีบทหนึ่งที่ใช้กระผมเขียนไปแต่งเป็นเพลงชื่อ ‘อนัตตา’ เนื้อหาพยายามบอกว่า จริงๆ แล้วที่ เหล่ามนุษย์ปุถุชนอย่างทุกท่านเที่ยวไล่ล่าหาสิ่งมอมเมามาลูบไล้ความรู้สึกก็เพื่อให้ลืมว่าตัวเราเมื่อมีสติเคยเป็น ใคร เหมือนกับเป็นมุมมองหนึ่งของท่านสิงห์ที่เห็นว่าการดำรงอยู่ คือความเจ็บปวด แต่แน่นอนว่านั่นก็ไม่ใช่ทั้ง หมดที่ท่านมองนะขอรับ ท่านสิงห์ก็รักชีวิตในหลายๆ แง่ เพียงแค่ท่านมักจะคิดว่าด้านลบของชีวิต เอามาทำเป็น งานศิลปะที่น่าสนใจได้มากกว่าด้านบวกนะขอรับ พูดถึงเรื่องดนตรี จริงๆ แล้วท่านสิงห์เคยบอกกระผมว่าท่านไม่ ถนัดเขียนเนื้อเพลงเลย เพลงๆ หนึ่งมีที่ว่างให้ใส่คำน้อยเกินไป ถ้าเลือกได้ ท่านสิงห์อยากจะแต่งแค่ดนตรี มากกว่า และหาสมาชิกวงที่มีความสามารถมาร้องและแต่งเนื้อเอง

ล่าสุดเพื่อนของคุณได้เป็นพิธีกรคู่กับพี่ชายของเขาในรายการ Game ม.เกมส์ เขามีเรื่องสนุกๆ อะไรบ้างรึเปล่า เวลาพี่ชายเขากวนประสาทมา เขามีวิธีการจัดการอย่างไร
      ท่านสิงห์และท่านแทนไทน่ะเหรอขอรับ ท่านทั้งคู่โตด้วยกันมาและ.... ต้องกราบขออภัยนะขอรับ ผมหาคำที่สุภาพ มามากกว่าไม่ได้แล้วนะขอรับ ...ท่านทั้งคู่โตขึ้นมาและ... เล่นงี่เง่าด้วยกันมาตั้งแต่ยังเยาว์ขอรับ เพราะฉะนั้น ตัวกระผมเชื่อว่าท่านทั้งสองคงจะไม่มีปัญหาเรื่องรับความตลกกันไม่ทัน เพราะว่าเป็นเรื่องที่ทำกันอยู่เป็นนิจอยู่แล้ว นะขอรับ ส่วนเรื่องรายการม.เกมส์นั้นท่านสิงห์ไม่ค่อยจะพูดถึงเท่าไหร่และตัวกระผมเองก็ไม่ค่อยจะได้ดูโทรทัศน์ คงจะให้ความเห็นมากไม่ได้นะขอรับ

ดูเหมือนว่าเพื่อนคุณได้ทำงานมาหลากหลาย ทั้งงานด้านการพัฒนาสังคม พิธีกร และนักเขียน คุณเคยแอบถาม เขาไหมว่า ทำไมถึงเลือกทำงานที่แตกต่างกันขนาดนี้
      มีหลายคนที่คิดว่านั่นเป็นความสามารถพิเศษที่เฉพาะท่านสิงห์ที่ทำได้ครับ แต่ท่านสิงห์ก็กล่าวเสมอว่าจริงๆ แล้ว สิ่งเหล่านั้นไม่ใช่เรื่องยากเลยถ้าคิดจะทำจริงๆ เพียงแค่ต้องเสียสละเวลาหลับตาพักผ่อนไปบ้างก็เท่านั้น ท่านสิงห์ รู้สึกว่าตัวท่านเองเป็นเพียงกระแสน้ำที่ไหลไปตามความหลงใหล และเหตุผลเดียวที่ท่านสิงห์เลือกทำเยอะขนาด นี้ก็เพียงเพราะว่าถ้าไม่ได้ทำแล้วจะนอนไม่หลับนะขอรับ แต่แน่นอนว่าบางอย่างที่ท่านสิงห์ทำไปก็เพราะความจำ เป็นในโลกแห่งความเป็นจริง แต่มันก็เป็นแค่เวลาส่วนน้อยของท่านสิงห์ที่เสียไปน่ะขอรับ ก่อนจะสนทนากันต่อ ผมอยากขออีกครั้งนะขอรับว่ากรุณาอย่าเรียกผมว่าเป็นเพื่อนท่านสิงห์ ผมก็เป็นเพียงแค่เครื่องมือในการสนทนา กับโลกของท่านสิงห์แค่นั้นเอง

คุณพอจะแอบบอกเราได้ไหมว่า งานเขียนของเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป มีโอกาสที่เขาจะเขียนบทกวีเหมือนกับ แม่ของเขาบ้างหรือเปล่า
      ตอนนี้ท่านสิงห์กำลังทุ่มเวลาที่เหลือทั้งหมดของท่านให้กับดนตรีน่ะขอรับ และหากสำเร็จปีหน้าทุกท่านก็คงจะได้ ฟังกันนะขอรับ

หากวันหนึ่ง วรรณสิงห์ เขาเลิกใช้คุณขีดๆ เขียนๆ คุณจะบอกกับเขาว่าอย่างไร
      วันที่ท่านสิงห์ไม่ต้องการผมอีกต่อไปก็คงจะเป็นวันที่ท่านสิงห์เลิกอยู่อย่างเดียวดายขอรับ และวันนั้นก็คงเป็นวันที่ ผมได้กลายเป็นสหายของท่านสิงห์จริงๆ


© 2005 daypoets co.,ltd. All rights reserved.
บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด เลขที่3 ซอยเจริญมิตร ถนนสุขุมวิท 63 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110