วันที่แปดสิบเอ็ด

May 31, 2007 on 1:33 am | In diary | 6 Comments

ถึงจะจั่วหัวว่าวันพฤหัส แต่ความจริงขณะที่เขียนนี่คือเช้าวันศุกร์แล้วโว้ยย ฟ้าสว่างโร่ขึ้นจะๆ ต่อหน้าต่อตา หลังจากผ่านคืนอันยาวนาน (ด้วยชิลล์และขี้เกียจ ฮ่าฮ่า)
เมื่อวานก็นอนหลับไปตรงนี้เลย ตรงที่นั่งพิมพ์อยู่ – หลังโต๊ะพี่ก้อง บ.ก.แห่งนิตยสารรายเดือนชื่อ a day เล่มนี้นี่เอง
ตื่นมาด้วยอาการสลึมสลือเพราะเพื่อนโทรมา พอคุยเสร็จมองเวลาบนมือถือก็พบว่าบ่ายโมง นั่นมันไม่ใช่ตื่นสายแล้วนะนั่น ตื่นบ่าย !!
วันพฤหัสสุดท้ายตื่นมาก็ ล้างหน้า ล้างตา แปรงฟัน อาบน้ำ นั่งส้วม
จนเมื่อภารกิจส่วนตัวพร้อมแล้วท้องก็ร้องได้จังหวะ
ปรากฏว่าพลาดไป คือชาวจูฯ เพิ่งเสร็จจากการกิน เดินขึ้นมา ณ โมเมนต์ตอนที่ผมเพิ่งตื่นนั่นเอง
ยังดีที่มีแบงค์ ผู้ที่มักจะกินมื้อเช้ามาจากบ้าน ยังไม่ได้กินอยู่ เราสองคนเลยบุกตะลุยวโรชา – ดินแดนแห่งหมูกรอบ
(ทำเสียงเลียนแบบโฆษณาแบบยาสระผม)
ก่อนที่ผมจะพบกับวโรชา หมูกรอบของผมก็เหมือนหมูสามชั้นที่มีหนังเป็นก้อนแข็งๆ
แต่เมื่อได้พบกับร้านวโรชา มุมมองของผมที่มีต่อหมูกรอบก็เปลี่ยนไป หมูกรอบ หนังกรอบได้ใจยิ่ง คือเพิ่งเข้าใจถ่องแท้ว่าทำไมหมูกรอบถึงชื่อหมูกรอบ คือวันๆ ถ้านึกถึงวโรชาขึ้นมาทีไร หมูกรอบกรุบกรับก็ลอยมาอยู่ในใจให้ได้คิดแล้ว
(แล้วผมก็ค้นพบว่ามันทรมานมากในเช้าที่ไม่ได้กินอะไรเลยหลังมื้อเย็น แล้วต้องมาพูดถึงอาหาร หิวจัง ! )
แล้วยังไม่จบแค่นั้น ความจริงผมยังได้ไปพบกับร้านวัฒนาพานิชเป็นครั้งแรกอีกต่างหากในวันนี้ แต่มันออกจะทรมานไปสักหน่อยถ้าจะให้เล่าเรื่องอาหารต่อตอนนี้ เก็บเมนูนี้ไว้ตกผลึกก่อนละกัน (บ้าเรอะ! )
วันนี้บีบอกว่าอาจจะมาเป็นวันสุดท้าย เพราะพรุ่งนี้คงไม่มาแล้ว
ปุ๋ยก็บอกว่าวันพรุ่งนี้ก็จะเป็นวันสุดท้ายที่จะมาแล้วเหมือนกัน
คำว่าสุดท้ายมันเศร้าพิลึกดีนะ
อาทิตย์สุดท้าย แต่ละวันในสัปดาห์ครั้งสุดท้าย เรื่องราวต่างๆ ที่ดำเนินซ้ำๆ มาสามเดือนก็มาถึงตอนสุดท้าย
แต่ถึงจะเป็นตอนสุดท้าย แต่มันก็ยังไม่จบลงซะหน่อยนะ
โดยเฉพาะงานส่วนของเราที่แสนค้างคา ฮึ่มมม
กว่าจะเริ่มวาดหมู่บ้านจ้อยต่อก็มืดค่ำ – คงเพราะโต๊ะดราฟไฟมันเหมาะกับความมืดของกลางคืนด้วยแหละนะ
แล้วกว่าจะมีคนได้ ก็ต้องรีดเร้นอยู่นาน ผมมันชิลล์นรกจริงๆ
วันนี้ชาวจูฯ ก็เหลือกันอยู่ออฟฟิศแค่ผม หญิงแพนด้า และแยม
ผ่านค่ำคืนด้วยเสียงเพลงขับกล่อมสุดฮาจากพี่ๆ – เพิ่งได้เห็นพี่ซาร่าเล่นกีต้าร์ครั้งแรก เก่งใช่ย่อย!
เป็นบรรยากาศแบบที่ผมเกือบจะพลาดซะแล้ว ดีใจจริงๆ ที่ค้างที่นี่ คืนนี้

นั่งเขียนสมุดความในใจให้เพื่อนๆ
แอบยากมากที่จะเขียนอะไรลงไปในที่เล็กๆ ให้คนคนนั้นเก็บเอาไว้
เพราะจริงๆ แล้วมันก็จะบันทึกได้แค่ส่วนหนึ่ง ไม่ใช่ทั้งหมด
เรื่องราวทั้งหมดทำได้แค่จดจำไว้
เหมือนจะมีสองวิธีที่เราจะเลือกทำกับประสบการณ์ได้ คือใช้แล้วทิ้ง หรือใช้แล้วจดจำ
ถึงเลือกจะจดจำ แน่นอนว่าเราก็คงจะจดจำได้แค่บางอย่าง – บางอย่างที่เราอยากจะจดจำ
ซึ่งก็ไม่ใช่ทั้งหมดอีก
แล้วยังไงล่ะ จะบอกว่าเสียดายรายละเอียดเล็กๆ ที่หล่นหายไปในหลืบของความทรงจำงั้นหรือ
ถ้าคำตอบคือใช่
ก็สู้เก็บรายละเอียดเล็กๆ นั่น - เดี๋ยวนี้ แล้วให้ความสำคัญกับมัน – ตอนนี้ ซะเลยไม่ดีกว่าหรือ
ก็ไม่รู้นะ คงไม่มีคำตอบสูตรสำเร็จที่ถูกต้องตายตัวเสมอไป
ทำแบบที่คุณคิดว่าดีเถอะ

เฟิม

งัวเงีย…
ตื่นนอนมาแบบงัวเงีย กำลังนั่งเล่นคอมฯ โต๊ะพี่เต้ ง่วงจังเรย เหมือนจะเป็นไข้ จริงๆ นะ ดีที่งานเสร็จแล้ว

พักนี้เป็นห่วงขวัญกับพี่อั๊ส เพราะกองบ.ก. งานค่อนข้างเคลียร์แล้ว ตรวจบรู๊ฟหนักน่าดู เห็นงานยุ่งกันทั้งวันอาร์ตไดฯ ทั้งสอง ยิ่งเงียบกันไปใหญ่ เป็นห่วงเพื่อนๆ นะ^^

ตอนบ่ายนั่งคุยกะพี่ก้องเรื่องคุณพิณ แบงค์กำลังขุดคุ้ยเอาความจริงกับพี่ก้องอยู่ เราทำเงียบ แต่ในใจนี่อยากรู้มากกกกกกกกกกกกกกกกกกก พี่ก้องก็ไม่หลุดเลยสักแอะ

เปลี่ยนไปนั่งเมาต์กะพี่ต๊ะแทน พี่ต๊ะ สอนอะไรหลายๆ อย่าง (แบบที่พี่ต๊ะไม่รู้ตัว) คุยกะพี่ต๊ะแล้วทำให้เข้าใจตัวเองมากขึ้น โดยเฉพาะปัญหาวัยรุ่นที่กำลังประสบพบเจออยู่ เป็นวัยงง…อย่างที่พี่ต๊ะบอกจริงๆ ไม่ต้องไปเครียด…

รักที่นี่…

ปุ๋ย

31-5-07,18.47น.
น่ากลัวว่าพวกเราจะเอื่อยเฉื่อยและทำงานอย่างมีกังวลกันแล้วล่ะครับ เพราะบางคนในทีมเริ่มจะเข้าช่วงเปิดเทอมกันแล้ว ก็เลยต้องรีบเร่งเบ่งงานให้เสร็จมาเป็นรูปร่างได้ในเร็ววัน ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น ถึงแม้จะเปิดช้ากว่าเพื่อน แต่ช่วงเปิดเทอมนี้ก็มีงานมายืนรอรับผมอยู่แล้วอย่างมหาศาล ;-(

วันนี้ผมต้องขอตัวเพื่อนๆ กลับก่อนเพื่อไปวิ่งเรื่องลงทะเบียน เกรงใจพวกมันจังเลย แต่ไม่ได้อู้นะเออ!

เวลาผ่านไปเร็วเสมอ มิติของกาลเวลาพวกนี้ชอบรังแกเราครับ เมื่อวันที่เรามีความสุข มันมักจะรีบวิ่งฉีกออกห่างแล้วเคลื่อนย้ายตัวอย่างรวดเร็วเสมอ—แต่ผมรู้สึกดีใจที่ผมรู้ว่าการที่ผมอยู่ในออฟฟิศของ a day ตลอด 3 เดือนนี้ มันเป็นช่วงเวลาที่ช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน

ผมมีความสุขกับที่นี่ครับ และเชื่อว่าเพื่อนอีก 14 ชีวิตก็เป็นอย่างที่ผมเป็นเหมือนกัน

พรุ่งนี้ ของพรุ่งนี้ หรือของพรุ่งนี้อีกวัน วันเวลาเหล่านี้จะหมดไป แล้วผมก็ต้องกลับไปสู่ความเป็นจริงของชีวิต—อย่าเพิ่งงงว่าบอกว่า a day ไม่ใช่เรื่องจริง เพราะว่าคำว่า ความฝัน กับความจริงของผมมันอยู่ในโลกเดียวกัน ไม่นานผมจะตื่นจากมิติที่น่ามหัศจรรย์เหล่านี้ และลืมตาไปพบโลกความจริง  เพื่อรอความฝันในวันถัดไป

ชีวิตมันเริ่มสนุกขึ้นมาแล้วล่ะครับ

แบงค์

Next Page »

Powered by daypoets with Pool theme design by a team junior 4 total of 62868 visits
Entries and comments feeds. Valid XHTML and CSS. ^Top^