วันที่แปดสิบสาม

July 1, 2008 on 12:31 am | In diary | No Comments

     ลืมตาขึ้นมา นี่คงเป็นวันสุดท้ายที่ได้ตื่นดูพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้าที่อะเดย์ วันนี้เราทั้งออฟฟิศไปงาน BEgreen BEtrend ที่ลานพาร์กพารากอนกัน แดดร้อน แต่พวกเราก็ไม่บ่น จูเนียร์และพี่ๆ a team ทุกคนดูตั้งใจมากๆ เรียกเหงื่อและเสียงหัวเราะกันทั่วงาน
     ตามกำหนดการแล้ว วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่พวกเรา junior 5 จะหมดหน้าที่ฝึกงานแต่เพียงเท่านี้ (แต่จริงๆ แล้วหาเป็นเช่นนั้นไม่) ความรู้สึกใจหายก็เริ่มก่อตัวขึ้น ภาพบรรยากาศเก่าๆ เสียงหัวเราะ หน้าตาอมทุกข์ตอนงานไม่ผ่านของแต่ละคนย้อนกลับเข้ามา (นึกแล้วก็อดขำไม่ได้) มาม่าผัดที่อร่อยที่สุดในโลกเริ่มเรียกน้ำลายอีกครั้ง เสียงเจี๊ยวจ๊าวยามสั่งของกินที่เซเว่นฯ ดังก้องอยู่ในหู ตลอด 3 เดือนพวกเราเจอหน้ากันแทบทุกวัน คุยกันเกือบทุกเรื่องตั้งแต่ปัญหางานยันปัญหาทางบ้าน อยากบอกเพื่อนๆ ว่า “กูรัก (พวก) มึงว่ะ”
     หากว่าโครงการ a team junior คือละครซิตคอม ตอนนี้คงล่วงเลยเข้าถึงตอนที่ 5 แล้ว และกำลังก้าวสู่ช่วงท้ายตอนของเรื่อง ที่ขาดไม่ได้เราคงต้องยกเครดิตให้กับพี่ๆ ทั้งออฟฟิศเดย์ โพเอทส์ ที่ให้รอยยิ้มกับพวกเราได้อย่างสม่ำเสมอตลอด 3 เดือน ขอบคุณพี่โหน่ง พี่ก้อง พี่เป้ง พี่เต้ พี่เอี่ยว พี่แบงค์ พี่ซาร่า พี่แป้ง พี่ปู พี่ออย พี่นุ้ย พี่ตอง (ที่เขียนไดอารี่ให้) ทุกคนดีกับน้องคนนี้มากๆ คำสั่งสอนทั้งหลายมันอยู่ในใจแจ่มแล้วพี่…
     เราคงต้องติดตามละครซิตคอมรุ่น a team junior 6 อีก 1 ปีข้างหน้า ซึ่งคงสนุกเข้มข้นไม่แพ้กัน
jaem

 

 

 
    วันที่ 31 วันสุดท้ายก็มาถึง อารมณ์แห่งการร่ำลาก็มาถึง (หน่อยๆ ) แต่หวังว่าจะมาเจอกันอีก เพราะงานยังไม่เสร็จ ขอบคุณพี่ๆ ทุกคน  แต่พี่ที่สนิทก็คงต้องเป็นพี่ปู เพราะว่าเป็นพี่ Proof ซีเนียร์ ที่ใจดีมากๆ ตอนแรกก็คิดว่าอาจจะดุหน่อย แต่เวลาผ่านไปก็ทำให้ทีมงานทุกคนสนุกกันมากขึ้น ประสบการณ์ครั้งนี้คงไม่มีใครกล้าลืมแน่ๆ ต่อให้เวลาผ่านไปอีกหลายปี ก็ไม่สามารถหาโอกาสนี้ได้จริงๆ ต่อไปนี้พวกเรา 15 คนก็คงมีนามสกุลเดียวกันว่า …a team junior 5
Som

 

 

 
31 พฤษภาคม 2551
คิดถึงพ่อกับแม่ เวลาที่ได้อยู่ด้วยกันมันน้อยจริงๆ

ภายใน / รถเมล์สาย 15 / 10 โมง
     นั่งคิดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้า น้ำตาจะไหล
     >> พอกลับไปถึงห้องพักที่ถนนพระอาทิตย์ ตอน 7 โมงเช้า ก็เจอพ่อกับแม่กำลังนอนหลับสบายอยู่บนเตียง (พ่อกับแม่มาธุระที่กรุงเทพฯ ในขณะที่เรามัวแต่นั่งตาค้างอยู่ที่เลขที่ 3 เอกมัย) พออาบน้ำออกมาได้คุยกับพ่อแม่ไม่ถึง 10 ประโยค เราก็เผลอหลับไป แล้วไม่ถึงชั่วโมงก็ต้องตื่นออกไปแล้ว
     มีน: “แม่ ลุก ขึ้นมาก่อนได้ป่าว หมูอ้วนขอกอดหน่อย”
     แม่คงแปลกใจ เพราะบ้านเราไม่ค่อยแสดงความรักซึ้งๆ ต่อหน้ากันเท่าไหร่ แต่ก็ลุกมาให้กอดแต่โดยดี
     มีน: “พ่อด้วย ลุกขึ้นมาก่อนนะ ขอกอดนิดเดียว”
     ได้กอดพ่อแม่แค่แป๊บเดียวก็ต้องออกไปอีกแล้ว
     พ่อ+แม่: “ดูแลตัวเองนะลูก ขยันๆ ตั้งใจๆ ด้วยล่ะ”
     มีน: “ครับบบบ ตั้งใจอยู่แล้วนะ จริงๆ ^O^”
 
ภายนอก / ลานพาร์คพารากอน งานบีกรีน / บ่าย-เย็น
     เรากับส้มทำหน้าที่ขายของพรีเมียม มีทั้งเสื้อ กระเป๋าผ้าดิบ แล้วก็สมุดโน้ต
     ขายดีมากกว่าที่คิด สนุกกับการขายมากขึ้น
     ขายๆ อยู่ก็มีพี่นักแสดงผู้ชายคนหนึ่ง มุ่งมั่นเดินตรงเข้ามาซื้อกระเป๋าผ้าดิบ
     พอเราบอกว่า “ไม่มีถุงใส่ให้นะคะ”
     พี่นักแสดงชาย “ดีแล้วครับ (ยิ้ม) ”
     ระหว่างที่ขายเพลินๆ อยู่ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น “หวัดดีครับ”
     มีน: “อ้าว หวัดดีค่ะ พี่สิงห์”
     พี่สิงห์: “ฝากเสื้อหน่อยได้เปล่าครับ”
     มีน: “อ่อ ได้ค่ะ”
     พี่สิงห์: “เป็นไงบ้าง ต้นฉบับเสร็จยัง”
     มีน: (ไม่รู้ว่าหมายถึงต้นฉบับทั้งหมดเลยหรือว่าแค่คอลัมน์อะเพ็นฯ อย่างเดียว ก็เลยตอบอันที่เสร็จแล้วไปดีกว่า) “เสร็จแล้วค่ะ เลย์หน้าสวยงามมาก สีแดงทั้งหน้าเลย”
     พี่สิงห์: “ส่งมาให้ดูหน่อยดิ”
     มีน: “ได้ค่ะๆ เดี๋ยวส่งไปให้ดูนะคะ” 
      คำถามของพี่สิงห์ทำให้เรานึกถึงต้นฉบับเมนคอร์สที่ทยอยมาเรื่อยๆ จนใกล้จะครบถ้วนสมบูรณ์ จนเกือบจะเหลือแค่ขั้นตอนการเลย์หน้าเท่านั้นเอง ที่จริงน่าดีใจและตื่นเต้นที่ความพยายามใกล้จะเห็นผล แต่ตอนนี้กลับมีแต่ความรู้สึกเศร้าๆเหงาๆ อย่างบอกไม่ถูก ความรู้สึกคุ้นชินนี่มันช่างน่ากลัวจริงๆ

ภายใน /  ห้องพักถนนพระอาทิตย์ / ฟ้ามืด
     เดินขึ้นบันไดด้วยอาการเหนื่อยอ่อน ปวดหัวนิดๆ และเมื่อยล้าทั้งตัว 
      ไขกุญแจ เหมือนมือไม่มีแรง 
      ห้องมืด ไร้เสียง ไร้การเคลื่อนไหว
meen

 

 

 

 

     ไม่อยากจะเชื่อเลย เวลา 3 เดือนมันจะเร็วเช่นนี้  ช่วงเวลาแห่งความทรงจำของเราที่ได้มีโอกาสทำอะไรสนุกสนาน ตามใจ เศร้าบ้าง สุขหน่อย แต่มีคนบอกว่าเวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปเร็วเสมอ
     วันนี้ไปเป็นสตาฟฟ์งาน BEgreen เมื่อวานนัดกันเสียดิบดีว่าอะเดย์จะใส่สีขาว ลืมค่ะ ข้าพเจ้าใส่มาซะ สี้น้ำเงินเข้มเชียว เด่นที่สุดในซุ้มต้อนรับ (จริงๆ เป็นแผนของเราที่จะได้ถ่ายรูปออกมาเด่นๆ 555) วันนี้ทุกคนออกมาภาคสนามกัน สนุกสนานกันใหญ่ ที่เห็นนี่จะเป็นปรู๊ฟและอาร์ตไดฯ เริงร่า หลั่นล้า ได้บริหารปากกันอย่างหนุกหนาน (โดยเฉพาะส้มกะอุ้ย กลุ่มสมาคมแม่บ้านประจำอะเดย์ที่เรียกร้องส้มตำกันอยู่เป็นเนืองนิจ ต้องปูปลาร้าเท่านั้น ) เห็นพี่ๆ อะเดย์ปลูกป่า โดยเฉพาะพี่ซาร่า เหมือนประหนึ่งจะเอาตัวปกป้องผืนป่าแหล่งนั้น ไอ้แจ่มเดินไปเดินมาเป็นเด็กยกของ ลากรถเข็นผ่านไปอย่างขะมักขะเม้น  และก็ถ่ายรูปรวมกะกองอะเดย์หน้าพารากอน บอกให้ทำหน้า ‘มิดไนต์เซล’ ไม่มีใครตีโจทย์แตกสักคน จนฝ้ายกะป๊อปถามว่าหน้ามิดไนต์เซลเป็นไง(ฟะ) 555
     วันนี้เพื่อนเก่าที่ไม่เจอกันนานมากมาหา ไม่อยากเชื่อว่าเวลาจะผ่านไปขนาดไหน ความเป็นเพื่อนก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง เป็นเพื่อนที่ยื่นใบสมัครอะทีมจูเนียร์ให้ในวันเกือบสุดท้ายก่อนจะปิดสมัคร ทำให้เรามีโอกาสเข้ามาทำงานในนี้  ทำให้เราเจอคนมากมาย คนที่มีความฝันหลากหลาย ขอบคุณนัทมากๆ นะ
     ตื๊ด…………ด พี่ก้องตามไปถ่ายรูปละ ไปก่อนนะ

ป.ล. ตอนเย็นไปงานเพชะคุชะกับน้องแจ่มและเพื่อนๆ ลาดกระบัง มีพี่นุ้ยที่งานเพชะฯ ด้วย ซึ่งไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเราเคยเจอพี่นุ้ยก่อนในงานนี้ พี่นุ้ยได้มีโอกาสไปปั้นงานศิลปะเพื่อให้คนตาดีมองเห็นกัน เป็นเรื่องเกี่ยวกับคนตาบอดอยากเป็นอะไรสักครั้งในชีวิต สิ่งที่พวกเขาอยากเห็นก็คือ คนที่เขารัก คิดในทางกลับกัน หากเราตาบอดบ้าง เราคงไม่เห็นคนที่เรารักอีกต่อไป แต่คนที่บอดมาแต่กำเนิดบอกว่า เค้าไม่อยากเห็นอะไรเลย เพราะสิ่งที่เค้าได้เจอก็คือความรักที่คนรักมอบให้เค้า ไม่จำเป็นต้องเห็น แต่ทุกคนสัมผัสได้ เพราะนั้นเค้าถึงปั้นรูปปั้นได้ ถึงแม้ว่าเค้าไม่เคยเห็นสิ่งนั้นมาก่อน แต่เค้าสัมผัสได้ถึงความผูกพัน ความรักที่มอบให้แก่กัน ที่มากกว่าการมองเห็น (ในที่นี้พี่นุ้ยปั้นควาย ซึ่งเป็นของเล่นชิ้นโปรดของพี่นุ้ย เราเห็นอยู่บนโต๊ะทำงานพี่เต้ด้วยล่ะ) ถ้าเราไม่ได้ฝึกงานที่อะเดย์ก็คงไม่เจอพี่นุ้ย ไม่ได้รู้จักเพื่อนๆ อีกหลายคน พี่ๆ อะทีมที่คอยห่วงใย ขอบคุณคนที่ให้โอกาสนี้ ถึงจะงอแง ขี้บ่น แต่อะเดย์ก็เป็นความทรงจำที่ดีของเราตลอดไปนะ
ouan

 

 

 

30/05/51
00.00 น. วันสุดท้ายของการเป็นจูเนียร์ เที่ยงคืนแล้ว ยังอยู่ที่อะเดย์..ด้วยความรู้สึกที่ไม่ค่อยอยากกลับบ้าน 
(จริงๆ แล้วงานยังไม่เสร็จต่างหาก)

31/05/51
00.01 น. นั่งอยู่ที่โซฟาตัวเดิม ครุ่นคิดว่า จะทำอะไรต่อไปกับชีวิตดี (ก็นั่งแก้งานน่ะแหละ)


05.59 น. อยู่ๆ อาร์ตไดฯ ผู้ร่าเริงก็เริ่มน้ำตาหลั่งริน
     “มึงเป็นไรเนี่ย”
     “กูเกลียดบรรยากาศแบบนี้ที่สุดเลย” ว่าแล้วเธอก็ปล่อยโฮออกมายกใหญ่พร้อมกับวิ่งหนีออกจากห้องไป
     “อะไรของมึงวะ เดี๋ยวอีก 4 ชั่วโมงก็เจอกัน บ้าป่าว”
06.00 น. ขึ้นรถไฟฟ้ากลับบ้าน อาบน้ำ และออกไปเจออาร์ตไดฯ ‘ขี้แง’ ที่งาน BEgreen
10.00 น. ถึงงาน BEgreen
     “กูบอกมึงแล้ว อีก 4 ชั่วโมงก็เจอกัน” ….. ยังไงก็ต้องได้กลับมาเจอกันแหละน่า ^-T
Fai

 

 

 

 

Next Page »

Powered by daypoets with Pool theme design by a team junior 5 total of 14658 visits
Entries and comments feeds. Valid XHTML and CSS. ^Top^