การที่แจ่มเป็นคนร่าเริง กลัวว่าจะเป็นสาเหตุให้คนอื่นไม่เชื่อถือหรือเปล่า
ไม่นะ สังคมที่เราอยู่คนส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนี้กันหมด งานก็คืองาน เล่นก็คือเล่น วัดกันที่ผลงานว่าของใครดีที่สุด แจ่มคิดเสมอว่างานทุกอย่างที่จะผ่านมือไป เราอยากให้มันดูดี คือต้องไม่อายที่จะเอากลับมาดู แต่ควรจะใส่ใจกับมันให้ดีไปตั้งแต่แรก
แปลว่าจริงๆ แล้วแจ่มเป็นคนคิดมาก
ไม่นะ แจ่มเป็นคนที่ไม่ค่อยคิดอะไรมาก ไม่ค่อยโกรธใคร ถึงเจอเรื่องร้ายก็ไม่เก็บมาคิด ปล่อยวางทุกสิ่ง เป็นการมองโลกในอีกมุมนึง มองให้ขำมากกว่า มีแต่เรื่องงานอย่างเดียวที่จะคิดจริงจัง
มองโลกในแง่ดี?
เราไม่รู้ตัวหรอกว่าเป็นคนมองโลกในแง่ดีหรือแง่ร้าย แต่จะบอกตัวเองเสมอว่าอย่าเก็บมาคิดทุกอย่าง ไม่งั้นต้องเป็นโรคจิตแน่ๆ มีอยู่ช่วงนึงแจ่มฝึกอ่านหนังสือธรรมะ ทำให้เราเริ่มนิ่ง อะไรที่มันผ่านมาแล้ว แก้ไขไม่ได้ก็ปล่อยมันไป การคิดงานบางครั้งก็ ต้องปล่อยๆมันไปบ้างเหมือนกัน อย่าไปยึดติดกับโจทย์ อย่าไปยึดกับงานมาก หลีกหนีมันบ้าง อย่ามัวแต่นั่งมองงานที่ถูกตำหนิ กลับไปทำชิ้นใหม่ให้ดีกว่าเดิมดีกว่า ซึ่งถ้าเราทำงานใหม่ได้ดีกว่าเดิม เราจะดีใจเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่านะ ในทางกลับกันเรามัวแต่คิดงานเก่า แก้งานเก่า ถึงมันจะออกมาดี แต่มันก็ดีอยู่แค่เท่าเดียวแหละ ได้แค่นั้น แต่ถ้าเป็นงานใหม่ แล้วคิดได้ดีกว่า มันจะภูมิใจมากเลยนะ
แจ่มเพิ่งจบปี2 คิดว่าจะเสียเปรียบพี่ๆ ที่อยู่ปีสูงๆ กว่าไหม
ไม่ได้คิดว่าเสียเปรียบ แต่อาจจะถูกตีกรอบบ้างซึ่งเราก็ต้องหาวิธีแหวกมันออกไปให้ได้ ยิ่งมีกรอบยิ่งดี ยิ่งมีข้อจำกัดก็จะยิ่งทำให้งานมีความท้าทายมากขึ้น แจ่มไม่ได้มองว่ากรอบเป็นเรื่องข้อจำกัด แต่แจ่มมองว่ามันเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเจอ ถ้าเราอยู่ภายใต้กรอบได้โดยที่สามารถสร้างสรรค์ไปด้วย กรอบมันจะช่วยผลักให้งานมีมิติที่เข้มข้นขึ้นอีก
a day with a team junior
ภูสุตา ปรีชาวุฒิ > เรื่อง
มนมัย รอดเพชร > ภาพ
|