wake up! a day 119
Wednesday, July 14th, 2010
ผมอยากจะขึ้นต้นบทบรรณาธิการฉบับนี้ว่า
ผมนั่งเขียนบทบรรณาธิการฉบับนี้ที่ฝรั่งเศส
แต่เกรงจะคล้ายบทบรรณาธิการของนิตยสารแฟชั่น เลยขอเปลี่ยนเป็น
ผมเพิ่งเดินออกมาจากงานประกาศผลรางวัลของเทศกาลโฆษณาที่ใหญ่ที่สุดในโลกนาม Cannes Lions ที่เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส
ดูคล้ายบทบรรณาธิการของนิตยสารความคิดสร้างสรรค์ขึ้นไหมครับ
ปีนี้ a day และสมาคมผู้กำกับศิลป์บางกอก (B.A.D.) เป็นตัวแทนของ Cannes Lions ประจำประเทศไทย ผมเลยได้สิทธิไปร่วมงานที่เปรียบเหมือนโอลิมปิกแห่งวงการโฆษณา และได้สิทธิพิเศษอีกนิดหน่อยในการตามเก็บข้อมูลแบบเจาะลึก รวมถึงได้พูดคุยกับครีเอทีฟอันดับต้นๆ ของโลก เพื่อนำมาฝากผู้อ่าน a day ติดตามอ่านได้ในฉบับหน้าครับ
โฆษณานั้นเปรียบเหมือนเทวดาและซาตาน ผู้ที่รักความคิดสร้างสรรค์ต่างพากันชื่นชมว่ามันเป็นงานที่หอมหวาน ส่วนผู้ที่อยู่ในฟากสนใจแก่นแท้มากกว่าเปลือกจำนวนไม่น้อยเห็นว่า โฆษณาไม่ได้วิเศษวิโสอะไรไปมากกว่าการ ‘ขายของ’ และกระตุ้นให้เราอยากได้ในสิ่งที่ไม่ได้อยากได้ ฟุ้งเฟ้อ บริโภคนิยม
ก่อนไปร่วมงาน ผมเป็นพวกที่ทั้งชอบและชัง คือชอบไอเดียสุดบรรเจิด แต่ชังที่มันชักจูงความคิดเราไปในทางที่ให้ค่ากับเปลือกมากกว่าแก่น พอได้มาอยู่ในงานที่อุดมไปด้วยชิ้นงานโฆษณาที่ดีที่สุดในโลก จากทุกประเภทสื่อ ทุกประเภทสินค้า ได้พูดคุยกับครีเอทีฟเก่งๆ หลายต่อหลายคน มุมมองของผมที่มีต่อโฆษณาก็เปลี่ยนไป
ผมพบว่า โฆษณาคือการใช้ความคิดสร้างสรรค์เพื่อแก้ปัญหานานาประเภท ปัญหาประเภทที่ว่า ยอดขายตก คนจำแบรนด์ไม่ได้ คู่แข่งแซงไปไกล ก็เป็นปัญหาแบบหนึ่ง ซึ่งเราได้เห็นโฆษณาเจ๋งๆ ที่ทำออกมาแก้ปัญหานี้กันอยู่บ่อยๆ
แล้วโฆษณาก็ยังถูกนำมาใช้แก้ปัญหาเรื่องสันติภาพระหว่างอินเดียกับปากีสถาน การใช้ความรุนแรงในครอบครัว การต่อต้านอาชญากรรม การระดมทุนช่วยผู้ป่วยโรคเอดส์ ปัญหาสิ่งแวดล้อม และอีกหลายปัญหาสังคม โฆษณาทำให้คนอยากลุกออกไปซื้อของที่ตัวเองไม่เคยอยากได้ได้ยังไง มันก็ทำให้คนลุกขึ้นมาร่วมสร้างสิ่งดีๆ ได้อย่างนั้น เพียงแต่เราไม่ค่อยใช้มันเพื่อการนี้เท่านั้นเอง
ผมประทับใจแคมเปญ LIVESTRONG ของมูลนิธิ LIVESTRONG ไอเดียจากเอเจนซี่ WIEDEN+KENNEDY Portland สหรัฐอเมริกา เจ้าของรางวัลไทเทเนี่ยมไลออนส์เป็นพิเศษ จนขอเอามาเล่าในเล่มนี้ เรื่องเริ่มต้นขึ้นเมื่อแลนซ์ อาร์มสตรอง นักปั่นจักรยานชาวฝรั่งเศสผู้ต่อสู้กับมะเร็งร้ายจนชนะ ตัดสินใจกลับมาลงแข่งอีกครั้ง หนนี้เขาไม่ได้หวังชัยชนะ แต่ต้องการส่งต่อ ‘สาร’ ให้ทุกคนมีกำลังใจต่อสู้กับโรคร้าย
แคมเปญนี้ไม่ใช่แค่การแชร์เรื่องของอาร์มสตรอง แต่มันเป็นการแชร์เรื่องของทุกคน เพราะเขาชวนทุกคนส่งข้อความให้กำลังใจญาติมิตรของตัวเองหรือใครก็ได้ เพื่อจะได้มีความหวัง และมีกำลังใจในการต่อสู้กับโรคร้าย มีคนส่งข้อความเข้ามาทั้งหมด 36,000 ข้อความ ผ่านทวิตเตอร์ SMS และเว็บไซต์ ข้อความจำนวนหลักพันถูกนำไปพ่นลงบนพื้นถนนตลอดทางที่ใช้แข่งจักรยาน Tour de France ด้วยเครื่อง Chalkbot นั่นหมายความว่านักกีฬาทุกคนต้องปั่นจักรยานไปบนข้อความเหล่านี้ตลอดทาง ภาพที่ปรากฏผ่านสื่อไม่ว่าจะเมื่อไหร่ ย่อมติดข้อความเหล่านี้ และทุกข้อความยังถูกถ่ายรูปแล้วโพสต์ให้ดูในเว็บ พร้อมด้วยพิกัด GPS การส่งกำลังใจให้กันในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่คำพูดที่พูดแล้วหาย หรือตัวหนังสือที่รับรู้กัน 2 คน แต่มันถูกจารึกไว้นานแสนนานและอ่านกันได้ทั้งโลก
พอนึกภาพของการแข่งขันตูร์เดอฟรองซ์ที่ผู้แข่งขันทั้งหมดต้องปั่นจักรยานไปบนข้อความดีๆ ตลอดเส้นทางแล้วก็รู้สึกได้ถึงพลัง แม้จะเป็นข้อความสั้นๆ แต่ผมเชื่อว่ามันมีความหมายมากกับผู้รับ ผมเลยขอหยิบยืมไอเดียนี้มาใช้กับ a day บ้าง
a day กำลังจะมีอีเวนต์ฉลองครบ 10 ปี ในวันที่ 10 เดือน 10 ปี 10 ครับ และ a day ฉบับเดือนตุลาคมก็จะเป็นเรื่อง ‘10 ปี’ แท้จริงแล้ว ฉบับที่ a day อายุครบ 10 ปีพอดีคือ ฉบับสิงหาคม หรือ ฉบับหน้านั่นเอง
a day ฉบับหน้า ในวันที่เรามีอายุครบ 10 ปี ผมอยากชวนผู้อ่านมาเขียนบทบรรณาธิการแทน ด้วยวิธีคิดแบบเดียวกับมูลนิธิ LIVESTRONG คือถ้าใครอยากส่งพลัง ความหวัง กำลังใจ ให้กับใครก็ตาม ขอเชิญส่งมาทางทวิตเตอร์ที่ @adaymagazine แล้วผมจะนำมาลงในหน้าบทบรรณาธิการ โดยจะพยายามลงให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
ผมขอมอบพื้นที่ที่ดีที่สุดของนิตยสาร a day ให้ผู้อ่านได้ส่งต่อความหวังและกำลังใจร่วมกัน ถือเป็นของขวัญชิ้นเล็กๆ ที่ a day อยากมอบคืนให้ผู้อ่านในวันที่เรามีอายุครบ 10 ปีครับ
ทรงกลด บางยี่ขัน
บรรณาธิการบริหาร
@zcongklod





