Archive for June, 2009

a team junior 6 interview : ปุ๊-กองบรรณาธิการ

Tuesday, June 30th, 2009

graphic

วิทวัส พาหะมาก / ปุ๊ / กองบรรณาธิการ
ชั้นปีที่ 4 โปรแกรมวิชานิเทศศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ
มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

“ติดอะทีมจูเนียร์ ตายได้เลย”
ประโยคนี้โพล่งออกมากลางที่ประชุม เจ้าของประโยคเป็นชายคนเดียวกับเจ้าของบล็อกยอดฮิต สาวใดใจไม่แข็งพอหลงไปอ่านอาจ ‘ละลาย’ ได้ หรือหากสาวใดใจแข็งหลงไปอ่านก็อาจถูกเล่นงานจนใจอ่อน และ ‘ละลาย’ ในการอ่านครั้งถัดไป ชายคนนี้คงไม่อยากให้เขียนเชียร์มากไปกว่านี้ เอาเป็นว่าลองไล่สายตาอ่านบางความคิดของเขาตามอัธยาศัย

ที่บอกว่า ติดอะทีมจูเนียร์ ตายได้เลย พูดเล่นใช่ไหม
พูดจริง ที่พูดว่าตายได้นั่นผมคิดก่อนพูดนะ เหมือนอย่างที่ทหารมักบอกว่าชีวิตนี้ได้ตายในสนามรบก็ถือว่าภูมิใจที่ได้เกิดมา แต่สำหรับเราแค่เป็นนักศึกษาคนหนึ่งที่เรียนเพิ่งจบ ไม่ได้เป็นทหาร แต่เราแค่เป็นในสิ่งที่เราอยาก สมัครเข้ามา เป็น แล้วพอมันติด มันเป็นความภาคภูมิใจ อาจจะดูน้อยสำหรับคนอื่น แต่ผมให้ค่ากับมัน ผมไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทอง ไม่ได้สบายเหมือนคนอื่น แต่ผมก็ใช้ความลำบากตรงนี้มาเป็นแรงผลักในชีวิต ทำให้ผมตั้งใจเรียนด้วย หนึ่งคือเพื่อตัวเราด้วย ความรู้มันอยู่กับเราไม่มีใครปล้นเราไปได้แน่ๆ และสองคือเพื่อให้พ่อแม่ภูมิใจด้วย

พ่อแม่สำคัญมากกับชีวิตคุณ
พ่อแม่คือทุกอย่างในชีวิตผม ผมคิดว่าผมคงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเขา ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้าก็จริง แต่สำหรับผมตอนนี้ยังนึกไม่ออกจริงๆ ว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างไรถ้าไม่มีเขา ผมอยากให้เขาอยู่ไปนานๆ เขาดูแลผมมาทั้งชีวิต ตอนนี้มันถึงเวลาที่ผมต้องกลับไปดูแลเขาบ้าง และพยายามทำความฝันของตัวเองให้สำเร็จ ผมอยากเป็นเจ้าของกิจการที่ไม่ต้องใหญ่มากแต่เป็นสิ่งที่เราชอบเช่นเปิดร้านเกมแล้วเป็นนักเขียนไปด้วย คงมีความสุข

ความฝันของคุณมีมากมาย มีทั้งฝันเพื่อตัวเอง ฝันเพื่อพ่อแม่ คุณให้ค่ากับสิ่งใดมากกว่ากัน

ผมให้ความสำคัญครึ่งๆ ทางที่ดีคือต้องทำให้ได้ทั้ง 2 อย่าง ผมคงจะผิดหวังถ้าทำเพื่อตัวเองได้แล้วทำเพื่อพ่อแม่ไม่ได้ หรือถ้าเกิดทำเพื่อพ่อแม่ได้แต่ทำเพื่อตัวเองไม่ได้ผมก็คงจะผิดหวังเหมือนกัน และจะผิดหวังมากที่สุดถ้าทำอะไรไม่ได้เลย

a team junior 6 interview : อิม-กองบรรณาธิการ

Monday, June 29th, 2009

graphic

ภิญญา ตันติวัตนะ / อิม / กองบรรณาธิการ
ชั้นปีที่ 2 คณะนิเทศศาสตร์ ภาควิชาวารสารสนเทศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

หากจะให้เขียนคำโปรยสักคำลงบนเนื้อที่นี้ คงไม่มีคำไหนเหมาะไปกว่าคำว่า IM-possible!
ประกวดวาดรูป ประธานนักเรียน เข้าร่วมอมรบค่ายเยาวชนต่างๆ และประกาศนียบัตรที่ยาวเป็นหางว่าว ที่เธอได้รับคงเป็นเครื่องการันตีได้ในระดับหนึ่งว่าผู้หญิงคนนี้มีความรู้และความสามารถแค่ไหน ก่อนจะมาอยู่บ้าน a day เธอเคยออกหนังสือในโครงการ young writer รวมเรื่องสั้นของ 36 นักเขียนหน้าใหม่จากบ้านมติชนและ SCG จนบอกได้คำเดียวว่าเธอ-เป็นไปได้ (แล้ว) จริงๆ

ในอนาคตมีอะไรที่อยากทำอีกไหม
ตอนนี้เราขอไปเรื่อยๆ ดีกว่า เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมา การที่เราวางแผงอะไรยาวๆ พอมีอุปสรรคอะไรเข้ามามันก็กลายเป็นเรื่องเพ้อฝัน อย่างแต่ก่อนเราเคยอยากเข้าศิลปากร อยากเข้า Saint Martin แต่ในที่สุดเราได้มาเรียนนิเทศฯ ที่จุฬาฯ ก็รู้สึกดีมากแล้ว อยู่ที่นี่ก็แฮปปี้แล้ว เราไม่เหมาะที่จะตั้งเป้าไว้ไกล เราเหมาะที่ตั้งเป้าใกล้ๆ มากกว่า อย่างเช่น มีโปรเจกต์มาให้ก็ลุยไปเลย ทำเต็มที่ แต่ถ้าให้ทำอะไรไกลๆ เป็นปีๆ เราทำไมได้ ตอนเด็กๆ สิ่งที่เราคิดเราจะต้องไปให้ได้ แบบนักเขียนการ์ตูนอย่าง ดราก้อนบอล ฝึกใช้จีเพน ไปซื้อหมึก ไปเรียนกับพี่เส่ง พี่สุทธิชาติ มีเวิร์กช็อปอะไรเราไปหมด เราคิดว่ามันเป็นความใฝ่ฝัน แต่เราไม่พยายามเต็มที่ ไม่อย่างนั้นป่านนี้คงไปศิลปากรแล้ว ก็เลยคิดว่าถ้าเราไม่สู้กับมันขนาดนั้นแสดงว่าเราไม่ได้รักมันจริงแล้วล่ะ มันเป็นแค่การวาดวิมานในอากาศ อยากเป็นนั่นเป็นนี่แล้วก็ไม่สู้กับมัน เราเลยๆ ก็เรียนรู้ว่า ถ้าวันหนึ่งเรารู้ว่าความเป็นเรามันเหมาะกับอะไร เราก็ยินดีที่จะคลุกกับมัน

แสดงว่าอยากทำงานที่มีความสุข
เราคิดว่าแท้จริงแล้วความสุขมันไม่มีในโลก จริงๆ มันมีแต่ความทุกข์ แม้แต่ความรักก็เป็นความทุกข์ มีรัก โลภ โกรธ หลง คือไม่ได้อยากสร้างความสุขขึ้นมา อย่างทฤษฎีของมาร์สโลว์ มันเหมือนสามเหลี่ยมพีระมิด มีบ้าน มีสังคม มีความรัก แต่จริงๆ มันก็คือความทุกข์ที่เราต้องดิ้นรนปีนป่ายไปเรื่อยๆ ถ้ายึดหลักศาสนาพุทธก็นิพพาน เราว่าอยู่อย่างไรเพื่อให้ตัวเองทุกข์น้อยที่สุดดีกว่า เราคิดว่ามันเป็นเพียงแค่มายาที่ถูกสร้างขึ้น

a team junior 6 interview : ป๊อกกี้-กองบรรณาธิการ

Sunday, June 28th, 2009

graphic

พีรพิชญ์ ฉั่วสมบูรณ์ / ป๊อกกี้ / กองบรรณาธิการ
ชั้นปีที่ 4 คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ชายคนนี้พูดเต็มปากว่าเขาเป็นคน ‘ขี้เกียจ’ แต่คนขี้เกียจคนนี้ ผ่านการสอบข้อเขียนและสอบสัมภาษณ์โดยผู้บริหารสิงห์ คอร์เปอร์เรชั่น และกำลังจะก้าวเป็น 1 ใน 40 คลื่นลูกใหม่ในโครงการ Singha Biz Course กำลังจะเข้าไปแนบชิดกับเหล่ากูรูธุรกิจระดับประเทศ แต่เขาเลือกที่จะสละสิทธิเพื่อเข้าร่วมอะทีมจูเนียร์รุ่น 6 คนขี้เกียจคนนี้มีชื่อเล่นแสนน่ากินว่า ‘ป๊อกกี้’ หากคุณผู้อ่านไม่ขี้เกียจจนเกินไป ลองไล่สายตาอ่านบางความคิดของเขาดู

อะไรที่แสดงถึงความเป็นคนขี้เกียจในตัวคุณ
ขี้เกียจเข้าห้องเรียน เพราะเรียนมา 20 ปีมันเยอะมาก เท่ากับเราใช้ชีวิตประมาณ 1 ใน 4 อยู่ในห้องเรียนซึ่งมันไม่คุ้ม เอาเวลาไปเรียนรู้หลายๆ อย่างนอกห้องเรียนดีกว่า เคยมาสมัครเป็นอาร์ตไดฯ ของจูเนียร์ รุ่น 4 ไม่ติด แล้วก็เริ่มขี้เกียจ จัดหน้าเพราะต้องอยู่หน้าคอมนาน เลยมาลองเขียนก็สนุกดี เป็นคนขี้เกียจวางแผนระยะยาว คนเรามันก็มีความฝันแต่ชีวิตจริงมันอาจจะ ไม่เป็นอย่างนั้นก็ได้ แต่ก็มีแนวทางกว้างๆ เพื่อพัฒนาตัวเองให้ไปอยู่ในจุดที่สูงขึ้น ทำทุกวันให้ดีที่สุดแล้วก็มีความสุขไปตามนั้น

อะไรที่แสดงถึงความเป็นครูฝึกสอนนักเรียน ป.5 ในตัวคุณ
ไปเป็นเพื่อนเด็ก เข้าไปสนุกสนานเฮฮากับเขาแล้วก็ทำให้เขาได้ความรู้ด้วย ไม่เคยคิดว่าจะต้องมาเป็นครู ตอนเอนท์ติดคณะนี้ (คณะศึกษาศาสตร์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) ก็อึ้ง อะตายห่า แต่พอคิดแง่บวก ว่าเราอาจจะมีวิธีสอนที่เราสนุกกับมันได้แล้วก็จะทำงานได้อย่างมีความสุข ถนัดทำงานและใช้ชีวิตอย่างเอาจริงเอาจังแต่ก็ยังร่าเริงได้ ไม่กดดันมาก ขำๆ

อะไรที่แสดงถึงความเป็นสุขนิยมในตัวคุณ
มันก็จริงที่จะมีคนพูดว่าพวกสุขนิยมเป็นพวกหนีปัญหา แต่ความจริง สุขนิยมคือการไม่จมอยู่กับปัญหามากแต่ก็แก้ปัญหาได้ เป็นการมองโลกทั้งในแง่ดีและแง่ร้าย แต่แทนที่เราจะเลือกไปยึดติดกับความเลวร้าย เราก็สู้เอาสมองมาคิดดีกว่าว่าจะทำอย่างไรให้สิ่งแย่ๆ เหล่านั้นให้มีผลกระทบน้อยที่สุด สุขนิยมคือวิถีชีวิต เป็นการหามุมมองให้กับตัวเองว่าเราจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้มากแค่ไหนในความเป็นจริง สุขนิยมไม่ใช่การมองโลกในแง่ดีเกินไป มันไม่มีอะไรที่ดีเกินไปหรอก

a team junior 6 interview : นิว-กองบรรณาธิการ

Saturday, June 27th, 2009

graphic

พิมพ์พิชา อุตสาหจิต / นิว / กองบรรณาธิการ
ชั้นปีที่ 1 คณะนิเทศศาสตร์ ภาควิชาวารสารสนเทศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นิว สาวน้อยตาหยีคนนี้ คือนิวเดียวกับลูกบอกอวิติ๊ด ตัวการ์ตูนแซ่บ ซ่า ฮา ป่วน ใน ขายหัวเราะ และ มหาสนุก ที่เราอ่านกันมาตั้งแต่สมัยยังสาว เรียกเป็นภาษาแชนแนลวีว่า ‘โตมาด้วยกัน’ นั่นแหละ แม้ว่าเธอจะเป็นน้องเล็กสุดในจูฯ 6 แต่ในความเป็นจริงแล้วเธอเป็นวันเดอร์เกิร์ลที่มีภารกิจหนักหน่วงทั้งการเป็นผู้ช่วยบ.ก. สำนักพิมพ์แนตตี้, เป็นพี่ใหญ่ของน้องๆ 4 คน และเป็นน้องเล็กสุดที่เป็นกำลังสำคัญของอะทีมจูเนียร์ 6

เวลาเพื่อนเล่นมุขเห็นขำจนน้ำตาเล็ดบ่อยๆ
(หัวเราะ) ส่วนมากที่ขำไม่ใช่เพราะมันขำ แต่ขำเพราะความกล้าเล่น มีคนเล่นอย่างนี้ด้วยเหรอ คือจะชอบขำในส่วนที่เขาไม่ตั้งใจให้ขำ อย่างนั่งกับน้องมีคนเดินผ่านมาเด๋อๆ ก็จะไปขำเขาแบบไม่รู้ตัว ช่วยไม่ได้จริงๆ ขอนิดนึง เพราะเราเส้นตื้น บางทีนั่งกับคนที่ไม่คุ้นเคยแล้วเขาตลก เราต้องทำเป็นไม่ขำ ต้องกลั้นหัวเราะซึ่งมันยากกว่ากลั้นร้องไห้อีกนะ

นิวตัวเป็นๆ กับ น้องนิวในขายหัวเราะเหมือนกันไหม
ตัวจริงสวยกว่า (หัวเราะ) ในการ์ตูนป่วนกว่าตัวจริงเพราะในการ์ตูนเหมือนหยุดอายุเราไว้ในช่วงนึง แต่ตอนนี้เราโตแล้ว ส่วนที่เหมือนกันคงเป็นเรื่อง รักพ่อ ตัวจริงก็อย่างนั้น มีพ่อเป็นไอดอล ถ้าได้วาดตัวเองเป็นการ์ตูนก็คงไม่ใช่หนูหิ่นสุดฮา หรือคุณมิลค์สุดเซ็กซี่ เดี๋ยวคนอ่านจะผิดหวัง คงวาดเป็นเด็กกวนๆ นิดนึง แล้วก็เปิ่นๆ หน่อย ไม่ห่างตัวจริงมาก (หัวเราะ)

การเป็นลูกเจ้าของสำนักพิมพ์มีผลต่อการใช้ชีวิตหรือเปล่า
ไม่ได้คิดว่าการเป็นลูกเจ้าของสำนักพิมพ์มีอะไรเด่นกว่าคนอื่นเพราะเราเป็นตัวเราเอง เวลาเพื่อนบอก เฮ้ย ได้อยู่แล้ว ก็บ้านแกเป็นสำนักพิมพ์ เราก็ไม่ชอบ ทำไมต้องพูดแบบนี้ มันกดดันเราด้วย ว่าถ้าเราทำไม่ได้มันจะเป็นอย่างไร แต่คิดอีกแง่หนึ่งก็ดี เป็นแรงผลักให้เราตั้งมาตรฐานในการทำงานของตัวเองว่าครั้งต่อไปต้องดี หรือดีขึ้นเท่านั้น ถ้าต่ำกว่ามาตรฐานจะเฟลนิดนึง แต่ดีที่เป็นคนหลุดง่าย ไม่จมจ่อมนาน ถ้ามีอะไรที่เป็นกำลังใจนิดหน่อยก็หายแล้ว (หัวเราะ)

a team junior 6 interview : โรส-กองบรรณาธิการ

Friday, June 26th, 2009

graphic

พวงสร้อย อักษรสว่าง / โรส / กองบรรณาธิการ
ชั้นปีที่ 2 คณะนิเทศศาสตร์ ภาควิชาภาพยนตร์และภาพนิ่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

โรสเคยบอกกับเราตั้งแต่เข้ามาแรกๆ ว่าโรสจะไปวิ่งที่สวนเบญจสิริตอนเย็นหลังเลิกงานทุกวันเพื่อลดความอ้วน แต่ด้วยความสามารถ ทำให้สาวน้อย (?) คนนี้เป็นคนที่มีงานในมือมากเป็นอันดับต้นๆ ของกองฯ เราเลยทีเดียว เพราะเธอบอกว่าเธอเป็นคนที่เบื่อง่าย จึงต้องหางานใหม่ๆ มาทำเรื่อยๆ หรือไอเดียต่างๆ ที่พรั่งพรูออกมา บอกได้เลยว่าส่วนใหญ่ก็มาจากเธอนี่แหละ
เพราะอย่างนี้เราเลยยังไม่เคยเห็นโรสเข้าไปแตะสวนเบญฯ เลยสักครั้ง…

ทำไมถึงเข้ามาทำ a team junior 6
ทีแรกจะไปเวิร์กแอนด์ทราเวลแล้ว แต่แม่เกิดป่วยขึ้นมา เลยตัดสินใจอยู่กับแม่ที่ไทยดีกว่า แล้วพอดีเห็นประกาศรับสมัครในหนังสือ ก็เลยลองสมัครดู คิดว่าเราน่าจะทำได้ ที่จริงรู้จัก a team junior มาตั้งนานแล้ว แต่เวลาก่อนหน้านี้มันไม่ลงตัวสักที เลยยังไม่ได้สมัคร

แล้วถ้าเกิดไม่ติดจูฯ 6 ล่ะ คิดว่าตอนนี้จะทำอะไรอยู่
ถ้าไม่ติดจูเนียร์ตอนนี้ก็คงจะอยู่ว่างๆ ตื่นนอนสัก 4 โมงเย็น เพราะปกติเป็นคนใช้ชีวิตตอนกลางคืนมากกว่า มันเงียบๆ ดี ชอบอยู่คนเดียวมากกว่า กิจกรรมส่วนใหญ่ก็จะเล่นอินเทอร์เน็ต คุยกับเพื่อน ฟังเพลง ถ้าเอาสาระหน่อยก็อาจจะเขียนบล็อก ตอนกลางคืนเรารู้สึกว่ามันมีอารมณ์ฟุ้งซ่านมากกว่า มีบรรยากาศในการเขียนมากกว่าตอนกลางวัน ที่จริงเราเขียนไดอารี่เป็นเล่มเลย ก็คัดๆ จากในนั้นนั่นแหละมาลงบล็อก บางอันก็สแกนมา นั่นคือที่เขียนจริงๆ เราว่าลายมือมันมีน้ำหนัก บอกอารมณ์ได้ดีกว่า หรือบางทีก็ลงเป็นรูป จะเห็นว่ารูปเยอะมาก

เพิ่งรู้นะว่าชอบถ่ายรูปด้วย
ปกติเป็นคนชอบถ่ายรูป แต่เราไม่รู้หรอกนะว่า F-stops คืออะไร หรือ ISO 400 1600 เป็นยังไง เราก็แค่ถ่ายไปเรื่อยๆ ค่อยๆ ฝึกแบบถ่ายไปตามที่ใจต้องการ แล้วเราชอบเวลาเอารูปมาลงบล็อก เราตีความรูปตัวเองอย่างหนึ่ง คนดูอาจตีความอย่างหนึ่ง สนุกดีที่ได้เห็นความคิดที่ต่างกัน ถ้ามาดูจริงๆ แล้วองค์ประกอบในรูปของเราจะเหมือนกันหมดเลยนะ คือจะมีฉากหลัง แล้วก็มีวัตถุวางเป็นจุดอยู่แค่นั้น ทุกคนบอกว่าดูเหงาๆ เศร้าๆ จริงๆ เราก็ไม่ได้เป็นคนเศร้าขนาดนั้น แต่เราเลือกเสนอในมุมทะมึน ความเศร้าบางทีมันเตือนความจำได้ดีเหมือนกัน

a team junior 6 interview : ปาล์ม-บรรณาธิการ

Thursday, June 25th, 2009

graphic

ปาวีณ รัสมี / ปาล์ม / บรรณาธิการ
ชั้นปีที่ 3 สาขาภาษาเพื่ออาชีพ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

ปาล์มเป็นหนึ่งในสองบรรณาธิการของอะทีมจูเนียร์ ปาล์มเป็นสาวเพื่อชีวิต อาจไม่ใช่ศิษย์คาราบาว (แต่ร้องได้ทุกเพลง) ปาล์มเป็นพวกขี้ฝันและกำลังเพาะพันธุ์ทฤษฎี ‘ความฝันแบบเหวี่ยงแห’ อยากเป็นตั้งแต่ครูบนดอย นักเขียน อาสาสมัคร NGO ดูแลเด็กด้อยโอกาส ต่อโทจิตวิทยา ยันศึกษาระบบชีววิทยาที่เกาะกาลาปากอส! อ่อ อีกอย่างสามอย่าง ปาล์มเป็นพวกหลงใหลในหนังสือดาร์ก เพลงเก่า และการทำให้ตัวเองอ้วน!

อะไรคือ ‘ความฝันแบบเหวี่ยงแห’
เราเชื่อว่าเรายังเด็กด้วยอะไรหลายอย่าง มันยังมีสิ่งที่เราไม่รู้และยังไม่เจออีกเยอะ ทำให้เราไม่รู้ว่าสิ่งที่เรา ต้องการมากที่สุดคืออะไร แต่ด้วยประสบการณ์ที่เกิดมา 20 ปี เราก็รู้สึกว่ามันมีสิ่งที่อยากทำอย่างนี้ นี้ นี้ นี้ เราฝันเยอะ ถ้ามันทำอันนี้ไม่ได้ ก็ยังมีอีกอัน คนเราน่าจะมีทางเลือกเผื่อไว้เยอะๆ มันอาจะดูไม่จริงจัง แต่มันก็ดีเพราะเรามีความสุข กับสิ่งที่เราได้ทำหลายๆ อย่าง จะได้ไม่ต้องมายึดว่า ฉันต้องเป็นนักเขียนเท่านั้น ถ้าทำไม่ได้ฉันจะไม่มีความสุข เหมือนช่วง ค้นหาความหมายของชีวิตคือการเหวี่ยงแห ไม่ใช่ก็เปลี่ยนอันใหม่ เลือกอันที่มีความสุขดีกว่า

ทำไมถึงชอบอ่านหนังสือแนวเถื่อนๆ หรือพวกโรคจิต
เราไม่ชอบอ่านหนังสือที่มองโลกแง่ดี หรือแนวให้กำลังใจ เพราะเราเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว เราชอบพวก Godfather ฆ่าเลือดสาด มันทำให้เกิดความรู้สึกอะไรบางอย่าง กระตุ้นอะดรีนาลีน มันทำให้เรามีความรู้สึก แล้วก็ชอบมิลาน กุนเดอรา เพราะเรื่องราวไม่เหมือนชีวิตเรา มันดาร์กกว่าชีวิตจริง มุมสว่างเราก็เห็นง่ายอยู่แล้ว เราอาจเป็นพวกอยากเห็นสิ่งที่อยู่ในที่มืดมากกว่า

สุดท้ายแล้วขอ 3 คำที่บ่งบอกความเป็นตัวเอง
‘รับ ผิด ชอบ’ 3 คำไง แต่จะดีหรือเปล่าไม่รู้ ‘รับ’ ก็คงสามารถรับอะไรได้หลายๆ อย่าง เพราะเป็นพวกเหวี่ยงแห ส่วน ‘ผิด’ นี่เรื่องพูดเลย ไม่ใช่พูดผิดแกรมม่านะ แต่พูดผิดความรู้สึกคน ตรงใจเขาเกินไป ตรงไปตรงมาตามอารมณ์ตัวเอง ส่วน ‘ชอบ’ นี่ชอบเห็นคนอื่นหัวเราะ แต่เพราะคำพูดตัวเองก็จะไปทำให้คนอื่นหัวเราะไม่ออกอยู่บ่อยๆ (หัวเราะ)