
Keep the Faith
พิสิฐ วงศ์วัฒนากูล ว่าที่นักกฎหมายผู้ใฝ่ฝันจะได้ครองผ้าเหลืองในลมหายใจสุดท้ายของชีวิต
เส้นทางสู่ความสำเร็จของวัยรุ่นในยุคนี้คงไม่มีอะไรมากไปกว่าการเรียนให้ได้เกรดดีที่สุด ทำงานที่ดีที่สุด หาเงินให้มากที่สุด และหาความสุขจากการใช้มันให้มากที่สุด
จากสภาพสังคมที่บีบรัด การแข่งขันที่สูงขึ้นทุกวัน ขอสารภาพว่าเราคิดอย่างบรรทัดข้างบนจริงๆ แต่กลุ่มก้อนความคิดนั้นก็ถูกทำให้สั่นคลอนหลังจากได้จับเข่าสนทนาอย่างเข้มข้นกับยิ่ว หนึ่งในผู้นำทีม a team junior 8 ของเรา
‘ยิ่วสายแข็ง’ หรือ ‘ยิ่วผู้รอบรู้’ คือฉายาที่เพื่อนๆ ในทีมตั้งให้ ด้วยลักษณะนิสัยและการรู้ไปเสียทุกเรื่องของเขา บ่อยครั้งที่เกิดคำถามและข้อสงสัยซึ่งทุกคนต่างต้องเกาหัวระหว่างการประชุมกันในกลุ่ม ยิ่วมักจะเป็นผู้แถลงไขสิ่งเหล่านั้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งตามแบบฉบับ
แต่นอกจากสมญานามที่พวกเราตั้งให้แล้ว เพื่อนที่มหาวิทยาลัยของยิ่วเองก็ให้นิยามความเป็นยิ่วไว้ไม่ต่างจากเรามากนัก ไม่ว่าจะเป็น ‘ยิ่วกูเกิ้ล’ หรือ ‘ยิ่ววิกิพีเดีย’ และอื่นๆ มากมาย จากที่ว่ามาทั้งหมดยิ่วคงปฏิเสธความเป็นผู้รอบรู้ในสายตาคนรอบข้างไม่ได้ แต่เขาได้เปรียบตัวเองเป็น ‘เป็ด’ ที่รอบรู้หลายด้าน แต่จะให้เจาะลึกในหลายๆ เรื่องคงไม่เจ๋งเท่าคนอื่น ส่วนเราจะเปรียบเขาอย่างไร คงต้องรู้จักตัวตนจริงๆ ของยิ่วกันก่อน
พิสิฐ วงศ์วัฒนากูล หรือ ยิ่ว พี่คนโตของครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีน เกิดในจังหวัดยะลา เรียนอยู่ที่อำเภอเบตงจนถึงมัธยมต้น หลังจากนั้นจึงย้ายมาเรียนที่ปัตตานีก่อนจะสอบเข้าคณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ แม้ก่อนหน้านั้นจะมีความลังเลเบนเข็มตัวเองไปศึกษาด้านอักษรศาสตร์ แต่จนถึงวันนี้การได้เรียนคณะนิติศาสตร์ก็ไม่ได้ทำให้ยิ่วรู้สึกผิดหวังที่เลือกเส้นทางนี้ “แรกๆ ยังเฉยๆ ไม่ค่อยอินเท่าไร แต่พอเรียนไปเรื่อยๆ แม้หลายคนก็ไม่ชอบ หลายคนเข้ามาแล้วก็ย้ายออก แต่เรารู้สึกว่าเคมีมันเข้ากับเรา ถึงแม้ไม่ได้ชอบมาก ทุกวันนี้ยังเรียนไม่เก่ง ไม่ได้เป็นท็อป อยู่ท้ายๆ ด้วยซ้ำ แต่ว่าเราก็แฮปปี้ ไม่ได้รู้สึกว่าสิ่งที่เรียนมันไร้ค่าสำหรับตัวเองเลย”
ยิ่วกล่าวเสริมกับเราว่าเพราะกฎหมายเป็นสิ่งที่ไม่มีสิ้นสุด มันสามารถพัฒนาไปเรื่อยๆ ประเด็นคือเมื่อไรคนจะเห็นค่าของมัน บางประเทศมีความสม่ำเสมอในการพัฒนา และหลายประเทศจะหันมาพัฒนาก็ต่อเมื่อมันเข้าขั้นวิกฤต แต่ถึงอย่างไรเขาก็ไม่ได้มองว่ากฎหมายถือเป็นสิ่งที่ถูกต้องและดีที่สุด “ในสายตาคนเราวัดดีชั่วง่ายเกินไป มันสรุปไม่ง่ายแบบตรงๆ ว่านี่ถูกนี่ผิด มันต้องเอาข้อกฎหมายกับความจริงบางส่วนมาปรับให้มันพอดี ศีลธรรมยังต้องใช้อยู่ ใช้กฎหมายตายตัวตรงๆ ไม่ได้ แต่กฎหมายจำเป็นต้องมีเพื่อกำหนดกรอบของสังคมและให้สังคมสงบสุข”
ความเข้าใจและชื่นชอบในสิ่งที่ยิ่วกำลังศึกษาเพื่อปูทางไปสู่อนาคตพาเราคิดไปว่าความฝันของเขาคงไม่หนีไปจากการเป็นทนายความ อัยการ และนักกฎหมายมากนัก แต่เมื่อเราได้รู้เส้นทางที่เขาต้องการจะไปถึงจริงๆ ก็ทำให้เราต้องมองยิ่วคนนี้ใหม่ เพราะจุดหมายสูงสุดของเขาหาใช่ทางโลกไม่
ด้วยความรักในธรรมะที่แม่ของเขาปลูกฝังตั้งแต่ยังเด็กทำให้ยิ่วซึมซับหลักธรรมทางพุทธศาสนาไปโดยปริยาย จนถึงปัจจุบัน สิ่งเหล่านั้นยังคงเป็นสิ่งที่ยิ่วใช้ยึดเหนี่ยว เมื่อมีเวลาว่างก็ศึกษาหาอ่านหนังสือธรรมะประเภทชีวประวัติพระธุดงค์กรรมฐานเพื่อจะทำความเข้าใจมันอย่างถ่องแท้ โดยเขาถือว่าเป็นการตอบสนองความชอบและการได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักเท่านั้น “เราไม่ได้ตีธรรมะให้มันดูหนัก แต่ก็ไม่ได้ทำให้มันสนุกนะ แต่เราคิดว่ามันเป็นเรื่องที่อยู่ในเส้นเลือดเรา มันแฮปปี้ตลอดเวลา”
ความใฝ่ทางธรรมของยิ่วเกิดผลที่เราเห็นได้ชัดจากการไม่ยึดติดทางโลกและกระแสสังคมอย่างที่คนส่วนใหญ่เป็น แต่ถึงอย่างไร เขาก็ยังใช้ชีวิตท่ามกลางสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ ความขัดแย้งนี้เองที่ทำให้ยิ่วมีเป้าหมายที่อยากจะบวช โดยถึงกับบอกว่าให้โกนหัวห่มผ้าเหลืองวันพรุ่งเลยก็ทำได้ แต่เพราะเขายังมีพ่อแม่ที่ต้องดูแล สิ่งนั้นจึงยังคงเป็นความฝันที่รอเพียงวันและเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น
ถ้าเป็นอย่างนั้นยิ่วไม่มีความฝันที่จะทำงานเก็บเงิน หาคู่ครอง และสร้างครอบครัวแบบคนทั่วไปบ้างหรือ? เราหล่นคำถามนั้นออกจากปากทันทีที่ได้รู้ว่ายิ่วจะหนีพวกเราไปห่มผ้าเหลืองเสียแล้ว
“เคยคิดนะ แต่ธรรมะมันกลบตีเละเลย คือบางทีธรรมะมาแรงๆ ทางโลกแทบไม่มีตัวตนเลย ทุกวันนี้มีแต่ความขี้เกียจ เพราะธรรมะทางอ่านเราเต็มแล้ว แต่ธรรมะมันเป็นเรื่องการปฎิบัติ การลงมือ มันถึงจะรู้สึก” เป้าหมายของเขายังคงมุ่งไปในทางธรรมมากกว่า
เมื่อการสนทนาถลำลึกลงไปในโลกทางธรรมมากขึ้น ทำให้เราเกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับพุทธศาสนา ซึ่งคำตอบผ่านมุมมองของเขาเป็นสิ่งที่เราสนใจในส่วนของข้อสงสัยที่ว่าพระพุทธเจ้ามีจริงไหม
“ทุกวันนี้ที่ทุกคนไม่เต็มร้อยกับศาสนาพุทธเพราะศรัทธาไม่ถึง ศรัทธากับเหตุผลเหมือนจะแยกออกจากกัน แต่มันมีเส้นบางๆ กั้นอยู่ เราจะค้านตลอดกับคนที่บอกว่าศาสนาพุทธเป็นศาสนาแห่งเหตุผล มันถูกแต่ถูกไม่หมด ศรัทธามันต้องควบคู่ไปด้วย ถึงแม้ไม่รู้ว่า 2,000 กว่าปีที่แล้วเป็นใคร มีตัวตนจริงรึเปล่า แต่เรารู้ได้ว่าคนที่คิดเนื้อหานี้ออกมาได้ มันเจ๋งว่ะ ฉะนั้น มันไม่ใช่สาระที่มาคิดว่าพระพุทธเจ้ามีจริงไหม เมื่อมาถึงจุดนึงเราจะรู้สึกว่า เราไม่ยึดติดกับตรงนั้น เนื้อหาใช่ เนื้อหาถูก ก็บอกได้แล้วว่าคนๆ นี้เจ๋ง”
เราอยากบอกว่านายก็เจ๋งเช่นกัน
เรื่อง : ชัยพร สิทธิลาภโสภณ
ภาพ : นฤเบศ วาดวารี